คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565 ฉบับเต็ม

#686579
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5 โจทก์ จ่าสิบตำรวจ ส. จำเลย ป.อ. มาตรา 148, มาตรา 149, มาตรา 157 ป.วิ.อ. มาตรา 192, มาตรา 215, มาตรา 225 การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพวกไม่พบการเล่นการพนันไฮโลในที่เกิดเหตุ การจับกุม ส. จึงเป็นการจับกุมโดยมิชอบ แม้จะมีการเรียกรับเงินจาก ส. การกระทำของจำเลยกับพวกก็ไม่อาจเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 ได้ คงเป็นความผิดตามมาตรา 148 แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องขอลงโทษในความผิดฐานดังกล่าว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และ 225 กับ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง คงลงโทษได้ตาม ป.อ. มาตรา 157 ซึ่งเป็นบทความผิดทั่วไปเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 149, 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 5 ปี คำให้การชั้นไต่สวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี เมื่อลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 8 เดือน ยกฟ้องข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านความมั่นคงตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลย ดาบตำรวจจรัส และจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ เจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการด้านความมั่นคงตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเล่นการพนักงานไฮโลบริเวณที่จัดงานศพนายบุตร จึงเดินทางไปที่บริเวณดังกล่าวแล้วควบคุมตัวนายสุเทพ พร้อมกับยึดแผงเล่นการพนันไฮโลได้ในที่เกิดเหตุ นายสุเทพอ้างว่าไม่ได้ร่วมเล่นการพนันด้วย จากนั้นดาบตำรวจจรัสและจำเลยกับพวกคุมตัวนายสุเทพขึ้นรถกระบะโดยมีชายไม่ทราบชื่อนั่งประกบนายสุเทพที่ห้องโดยสารด้านหลัง จำเลยนั่งด้านหน้าคู่กับดาบตำรวจจรัสซึ่งเป็นคนขับ ดาบตำรวจจรัสขับรถไปที่ตลาดนัดโดยมีจ่าสิบตำรวจสังวรขับรถเก๋งตามไป เมื่อไปถึงตลาดนัดดังกล่าว ดาบตำรวจจรัสกับนายสุเทพลงจากรถไปพูดคุยกันตามลำพัง ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพ 3,000 บาท แล้วปล่อยตัวนายสุเทพไป คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากการไต่สวนว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลย ดาบตำรวจจรัสและจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ร่วมกันเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อจะจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจ่าสิบตำรวจสังวรณ์เข้าจับกุมนายสุเทพ แล้วดาบตำรวจจรัสขับรถพาจำเลยกับพวกและนายสุเทพไปที่ตลาดนัดทุ่งฟ้าบดโดยไม่ส่งตัวนายสุเทพให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี จำเลยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้ด้วยไม่ได้ทักท้วงการกระทำของดาบตำรวจจรัสแต่อย่างใด แต่กลับนั่งรถไปที่ตลาดนัดกับดาบตำรวจจรัสจนกระทั่งดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพแล้วปล่อยตัวนายสุเทพไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจำเลยก็ไม่ได้ทักท้วงห้ามปรามอีกเช่นกัน กรณีจึงเห็นได้ว่าเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยอย่างยิ่งที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายจะประพฤติตนเยี่ยงนั้นหากไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับการกระทำของดาบตำรวจจรัสด้วย ประกอบกับพฤติการณ์ที่ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพในขณะที่จำเลยกับพวกอยู่บริเวณใกล้เคียง ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ประการหนึ่งว่าจำเลยรู้เห็นในการกระทำของดาบตำรวจจรัสในลักษณะร่วมมือกับดาบตำรวจจรัส เพราะมิฉะนั้นดาบตำรวจจรัสก็คงไม่กล้ากระทำการเช่นนั้น ดังนี้ แม้จำเลยจะไม่อยู่ในเหตุการณ์ที่ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินนายสุเทพ แต่พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงออกมาตามลำดับดังกล่าว เพียงพอที่จะรับฟังได้แล้วว่าจำเลยร่วมกับดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพด้วย อย่างไรก็ตามการที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 149 นั้น จะต้องได้ความว่าจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จับกุมนายสุเทพโดยชอบ กล่าวคือจับกุมในขณะที่นายสุเทพกำลังเล่นการพนันแล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจากนายสุเทพเพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี แต่คดีนี้นายสุเทพให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าขณะถูกจับกุมไม่ได้เล่นการพนัน หากแต่นั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งข้อเท็จจริงว่านายสุเทพเล่นการพนันอยู่หรือไม่นี้อยู่ความรู้เห็นของจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ผู้จับกุม แต่โจทก์ไม่นำจ่าสิบตำรวจสังวรมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว นอกจากนี้ยังปรากฏจากบันทึกการตรวจยึดทรัพย์สินและรายงานประจำวันธุรการว่า จำเลยกับพวกไม่พบการเล่นพนันไฮโลในที่เกิดเหตุ คงพบแต่แผงเล่นการพนันไฮโลวางทิ้งไว้ ยิ่งเป็นข้อสนับสนุนว่า ขณะถูกจับนายสุเทพไม่ได้เล่นการพนัน ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังฟังไม่ได้ว่าจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จับกุมนายสุเทพในขณะที่นายสุเทพกำลังเล่นการพนัน การจับกุมของจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จึงเป็นการจับกุมโดยมิชอบ เช่นนี้แม้ภายหลังจะมีการเรียกรับเงินจากนายสุเทพ การกระทำของจำเลยกับพวกก็ไม่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น การกระทำดังกล่าวของจำเลยกับพวกคงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวมาด้วย ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจำเลยได้ เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบและมาตรา 215 และ 225 กับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง คงลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ซึ่งเป็นบทความผิดทั่วไปเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (กัมปนาท วงษ์นรา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์-นพรัตน์ ชลวิทย์) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 - นายณัฐสิทธิ์ ม่วงวิโรจน์ ศาลอุทธรณ์ - นายณัฐศักดิ์ ประทุมแก้ว แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อท.80/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
686579
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5",
        "judge": "นายณัฐสิทธิ์ ม่วงวิโรจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณัฐศักดิ์ ประทุมแก้ว"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081944742"
    }
}
date
2565
deka_no
4789/2565
deka_running_no
4789
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "กัมปนาท วงษ์นรา",
    "อดิศักดิ์ ตันติวงศ์",
    "นพรัตน์ ชลวิทย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 148",
            "ม. 149",
            "ม. 157"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสิบตำรวจ ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 149, 157

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 5 ปี คำให้การชั้นไต่สวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี เมื่อลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 8 เดือน ยกฟ้องข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านความมั่นคงตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลย ดาบตำรวจจรัส และจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ เจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการด้านความมั่นคงตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเล่นการพนักงานไฮโลบริเวณที่จัดงานศพนายบุตร จึงเดินทางไปที่บริเวณดังกล่าวแล้วควบคุมตัวนายสุเทพ พร้อมกับยึดแผงเล่นการพนันไฮโลได้ในที่เกิดเหตุ นายสุเทพอ้างว่าไม่ได้ร่วมเล่นการพนันด้วย จากนั้นดาบตำรวจจรัสและจำเลยกับพวกคุมตัวนายสุเทพขึ้นรถกระบะโดยมีชายไม่ทราบชื่อนั่งประกบนายสุเทพที่ห้องโดยสารด้านหลัง จำเลยนั่งด้านหน้าคู่กับดาบตำรวจจรัสซึ่งเป็นคนขับ ดาบตำรวจจรัสขับรถไปที่ตลาดนัดโดยมีจ่าสิบตำรวจสังวรขับรถเก๋งตามไป เมื่อไปถึงตลาดนัดดังกล่าว ดาบตำรวจจรัสกับนายสุเทพลงจากรถไปพูดคุยกันตามลำพัง ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพ 3,000 บาท แล้วปล่อยตัวนายสุเทพไป

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากการไต่สวนว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลย ดาบตำรวจจรัสและจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ร่วมกันเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อจะจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจ่าสิบตำรวจสังวรณ์เข้าจับกุมนายสุเทพ แล้วดาบตำรวจจรัสขับรถพาจำเลยกับพวกและนายสุเทพไปที่ตลาดนัดทุ่งฟ้าบดโดยไม่ส่งตัวนายสุเทพให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี จำเลยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตอนนี้ด้วยไม่ได้ทักท้วงการกระทำของดาบตำรวจจรัสแต่อย่างใด แต่กลับนั่งรถไปที่ตลาดนัดกับดาบตำรวจจรัสจนกระทั่งดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพแล้วปล่อยตัวนายสุเทพไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจำเลยก็ไม่ได้ทักท้วงห้ามปรามอีกเช่นกัน กรณีจึงเห็นได้ว่าเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยอย่างยิ่งที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายจะประพฤติตนเยี่ยงนั้นหากไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับการกระทำของดาบตำรวจจรัสด้วย ประกอบกับพฤติการณ์ที่ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพในขณะที่จำเลยกับพวกอยู่บริเวณใกล้เคียง ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ประการหนึ่งว่าจำเลยรู้เห็นในการกระทำของดาบตำรวจจรัสในลักษณะร่วมมือกับดาบตำรวจจรัส เพราะมิฉะนั้นดาบตำรวจจรัสก็คงไม่กล้ากระทำการเช่นนั้น ดังนี้ แม้จำเลยจะไม่อยู่ในเหตุการณ์ที่ดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินนายสุเทพ แต่พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงออกมาตามลำดับดังกล่าว เพียงพอที่จะรับฟังได้แล้วว่าจำเลยร่วมกับดาบตำรวจจรัสเรียกรับเงินจากนายสุเทพด้วย อย่างไรก็ตามการที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 149 นั้น จะต้องได้ความว่าจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จับกุมนายสุเทพโดยชอบ กล่าวคือจับกุมในขณะที่นายสุเทพกำลังเล่นการพนันแล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจากนายสุเทพเพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี แต่คดีนี้นายสุเทพให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าขณะถูกจับกุมไม่ได้เล่นการพนัน หากแต่นั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งข้อเท็จจริงว่านายสุเทพเล่นการพนันอยู่หรือไม่นี้อยู่ความรู้เห็นของจ่าสิบตำรวจสังวรณ์ผู้จับกุม แต่โจทก์ไม่นำจ่าสิบตำรวจสังวรมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว นอกจากนี้ยังปรากฏจากบันทึกการตรวจยึดทรัพย์สินและรายงานประจำวันธุรการว่า จำเลยกับพวกไม่พบการเล่นพนันไฮโลในที่เกิดเหตุ คงพบแต่แผงเล่นการพนันไฮโลวางทิ้งไว้ ยิ่งเป็นข้อสนับสนุนว่า ขณะถูกจับนายสุเทพไม่ได้เล่นการพนัน ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังฟังไม่ได้ว่าจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จับกุมนายสุเทพในขณะที่นายสุเทพกำลังเล่นการพนัน การจับกุมของจ่าสิบตำรวจสังวรณ์จึงเป็นการจับกุมโดยมิชอบ เช่นนี้แม้ภายหลังจะมีการเรียกรับเงินจากนายสุเทพ การกระทำของจำเลยกับพวกก็ไม่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น การกระทำดังกล่าวของจำเลยกับพวกคงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวมาด้วย ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจำเลยได้ เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบและมาตรา 215 และ 225 กับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง คงลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ซึ่งเป็นบทความผิดทั่วไปเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000057.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อท.80/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565