คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2544 ฉบับเต็ม

#68698
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2544 นางสุภาพร กล่อมสุวรรณ โจทก์ กรมบัญชีกลาง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 204, มาตรา 224, มาตรา 1599, มาตรา 1600 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 6 บำเหน็จตกทอดมิใช่ทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. บรรพ 6 โจทก์และจำเลยที่ 2 ยื่นเรื่องราวขอรับบำเหน็จตกทอดของ ป. ต่อจำเลยที่ 1 โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นภริยาของ ป. โจทก์อ้างว่าจดทะเบียนสมรสกับ ป. เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2517 ส่วนจำเลยที่ 2 อ้างว่า หย่ากับ ป. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมในปี 2516 แต่ยังมิได้จดทะเบียนหย่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยให้เสร็จไปภายในเวลาอันสมควรว่าจะจ่ายบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์หรือจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่าย จำเลยที่ 1 จึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่าย แต่เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าปฏิเสธการจ่ายเมื่อใด จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดตั้งแต่วันฟ้องต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ตามป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๘๔,๔๕๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยกรณีพิเศษอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๒๒๓,๑๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๒๓,๑๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยแล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ประการเดียวว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์โดยตรง แต่หากจำเลยที่ ๑ มีความรับผิดตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายบำเหน็จตกทอดของนายประกายผู้ตายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียก็ต้องถือว่าเป็นหนี้เงิน ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คิดดอกเบี้ยได้ ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในระหว่างเวลาผิดนัด บำเหน็จตกทอดดังกล่าวนี้มิใช่มรดก และกฎหมายมิได้บังคับให้จำเลยที่ ๑ ต้องจ่ายแก่ผู้มีส่วนได้เสียในทันทีที่นายประกายถึงแก่ความตาย แต่จะต้องจ่ายเมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียทวงถาม เมื่อโจทก์ยื่นเรื่องราวขอรับบำเหน็จตกทอดของนายประกายต่อจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๙ และจำเลยที่ ๒ ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดเข้ามาอีกคนหนึ่งในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๙ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นภริยาของนายประกาย โจทก์อ้างว่าจดทะเบียนสมรสกับนายประกายเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๗ ส่วนจำเลยที่ ๒ อ้างว่า หย่ากับนายประกายตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดกระบี่ แต่ยังมิได้ไปจดทะเบียนหย่า ที่นายประกายจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ ๑ เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น เห็นว่า เมื่อมีการทวงถามเช่นนี้ จำเลยที่ ๑ ในฐานะที่เป็นส่วนราชการผู้รับผิดชอบการจ่ายบำเหน็จตกทอด มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยให้เสร็จไปภายในเวลาอันสมควรว่าจะจ่ายบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์หรือจำเลยที่ ๒ โจทก์ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดแล้วจำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายตั้งแต่ก่อนวันฟ้องแล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายเมื่อใด จึงถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดนัดตั้งแต่วันฟ้อง ต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน . (อภิชาต สุขัคคานนท์-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-วิชัย วิสิทธวงศ์) ศาลแพ่ง - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
68698
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประพันธ์ ทรัพย์แสง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066834"
    }
}
date
2544
deka_no
1125/2544
deka_running_no
1125
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204",
            "ม. 224",
            "ม. 1599",
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494",
        "sections": [
            "ม. 6"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสุภาพร กล่อมสุวรรณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมบัญชีกลาง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๘๔,๔๕๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยกรณีพิเศษอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๒๒๓,๑๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๒๓,๑๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยแล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ประการเดียวว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์โดยตรง แต่หากจำเลยที่ ๑ มีความรับผิดตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายบำเหน็จตกทอดของนายประกายผู้ตายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียก็ต้องถือว่าเป็นหนี้เงิน ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คิดดอกเบี้ยได้ ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในระหว่างเวลาผิดนัด บำเหน็จตกทอดดังกล่าวนี้มิใช่มรดก และกฎหมายมิได้บังคับให้จำเลยที่ ๑ ต้องจ่ายแก่ผู้มีส่วนได้เสียในทันทีที่นายประกายถึงแก่ความตาย แต่จะต้องจ่ายเมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียทวงถาม เมื่อโจทก์ยื่นเรื่องราวขอรับบำเหน็จตกทอดของนายประกายต่อจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๙ และจำเลยที่ ๒ ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดเข้ามาอีกคนหนึ่งในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๙ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นภริยาของนายประกาย โจทก์อ้างว่าจดทะเบียนสมรสกับนายประกายเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๗ ส่วนจำเลยที่ ๒ อ้างว่า หย่ากับนายประกายตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดกระบี่ แต่ยังมิได้ไปจดทะเบียนหย่า ที่นายประกายจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ ๑ เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น เห็นว่า เมื่อมีการทวงถามเช่นนี้ จำเลยที่ ๑ ในฐานะที่เป็นส่วนราชการผู้รับผิดชอบการจ่ายบำเหน็จตกทอด มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยให้เสร็จไปภายในเวลาอันสมควรว่าจะจ่ายบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์หรือจำเลยที่ ๒ โจทก์ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดแล้วจำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายตั้งแต่ก่อนวันฟ้องแล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธการจ่ายเมื่อใด จึงถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดนัดตั้งแต่วันฟ้อง ต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001134.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544