ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2565
พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม
โจทก์
ร้อยตำรวจเอก อ.
โจทก์ร่วม
นาย ท.
จำเลย
ป.อ. มาตรา 136
ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 38, มาตรา 128
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 145
แม้โจทก์ร่วมเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนจะต้องกระทำการเป็นการเฉพาะตัวตาม ป.วิ.อ. มาตรา 38 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องกระทำเองเป็นการเฉพาะตัวไปเสียทั้งหมด ดังจะเห็นได้จาก ป.วิ.อ. มาตรา 128 (1) และ (2) ได้บัญญัติให้อำนาจแก่พนักงานสอบสวนที่จะร้องขอหรือสั่งให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทนตนได้บ้าง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมช่วยร้อยตำรวจโทหญิง ส. พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบโดยนั่งเขียนใบเสร็จรับเงินชำระค่าปรับให้แก่ผู้ต้องหากระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบกตามที่ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร และผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับตามที่ร้อยตำรวจโทหญิง ส. พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว อยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ กับร้อยตำรวจโทหญิง ส. พนักงานสอบสวน ถือได้ว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยในการสอบสวนซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของร้อยตำรวจโทหญิง ส. พนักงานสอบสวน และมิได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดเจาะจงให้พนักงานสอบสวนต้องเขียนใบเสร็จรับเงินชำระค่าปรับด้วยตนเอง การกระทำของโจทก์ร่วมดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามที่พนักงานสอบสวนได้มอบหมายให้กระทำ และข้อความที่จำเลยลงในเฟซบุ๊กของจำเลยซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์สาธารณะว่า โจทก์ร่วมปิดหน้าปิดตายังกะโจร เป็นข้อความที่กล่าวสบประมาทโจทก์ร่วมขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา ร้อยตำรวจเอก อ. ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียง 400,000 บาท แต่ทิ้งคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีในส่วนแพ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งให้เป็นพับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 จำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง และยกฟ้องคดีส่วนแพ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 โจทก์ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจอื่นรวมประมาณ 13 คน ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรที่ศาลาที่พักผู้โดยสารบ้านดอนบม ถนนแจ้งสนิท ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โดยมีร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์ เป็นพนักงานสอบสวน โจทก์ร่วมเป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวนในการเปรียบเทียบโดยนั่งเขียนใบเสร็จรับเงินชำระค่าปรับอยู่ที่ศาลาที่พักผู้โดยสารดังกล่าว ต่อมาวันที่ 15 เมษายน 2563 โจทก์ร่วมเห็นข้อความที่จำเลยโพสต์ลงเฟซบุ๊กของจำเลย มีข้อความตอนหนึ่งว่า "เวลาตั้งจุดตรวจก็ปิดหน้าปิดตายังกะโจรซึ่งทำให้ประชาชนอย่างเราเข้าใจคลาดเคลื่อนเพราะมีบุคลิกคล้ายคลึงกัน" ใต้ข้อความมีภาพชายสวมเสื้อยืดสีดำ 1 ภาพ และภาพโจทก์ร่วมกับร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์แต่งเครื่องแบบตำรวจ สวมหน้ากากอนามัย และโจทก์ร่วมสวมแว่นตาดำลักษณะกำลังทำงานเอกสารอยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ ร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์อีก 2 ภาพ เรียงซ้อนกัน โดยภาพล่างมีชื่อกำกับว่าร้อยตำรวจเอกสุภาพ ซึ่งจำเลยโพสต์ตั้งค่าเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปที่เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตทางเฟซบุ๊กสามารถเห็นได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานดูหมิ่นโจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ร่วมไม่ใช่พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 145 ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนจะต้องกระทำเองเป็นการเฉพาะตัว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 38 และมาตรา 144 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องกระทำเองเป็นการเฉพาะตัวไปเสียทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 128 (1) และ (2) ได้บัญญัติให้อำนาจแก่พนักงานสอบสวนที่จะร้องขอหรือสั่งให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทนตนได้บ้าง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมช่วยร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบโดยนั่งเขียนใบเสร็จรับเงินชำระค่าปรับให้แก่ผู้ต้องหากระทำความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจราจรทางบกตามที่ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร และผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับตามที่ร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว อยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ กับร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์พนักงานสอบสวน ถือได้ว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยในการสอบสวนซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของร้อยตำรวจโทหญิงเสาวนีย์พนักงานสอบสวน และมิได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดเจาะจงให้พนักงานสอบสวนต้องเขียนใบเสร็จรับเงินชำระค่าปรับด้วยตนเอง การกระทำของโจทก์ร่วมดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามที่พนักงานสอบสวนได้มอบหมายให้กระทำ และข้อความที่ว่าโจทก์ร่วมปิดหน้าปิดตายังกะโจรเป็นข้อความที่กล่าวสบประมาทโจทก์ร่วมขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องความผิดฐานนี้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
อนึ่ง ปรากฏว่าคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งของศาลล่างทั้งสองยังมิได้กล่าวหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวง และมิได้วินิจฉัยตามประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 (4) (5) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ทั้งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีส่วนแพ่ง โดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 และสอบคำให้การจำเลยในคดีส่วนแพ่ง จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 44/2 ทั้งโจทก์ร่วมมิได้นำสืบพยานหลักฐานอันจะเป็นฐานในการกำหนดค่าสินไหมทดแทน กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีส่วนแพ่งโดยมิชอบ เห็นสมควรที่จะให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียใหม่ให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีส่วนอาญาไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง ให้ยกคำสั่งจำหน่ายคดีส่วนแพ่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในคดีส่วนแพ่ง ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลย สอบคำให้การจำเลยในคดีส่วนแพ่ง และพิจารณาคดีส่วนแพ่งไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
(อุทัย โสภาโชติ-รักเกียรติ วัฒนพงษ์-เศรณี ศิริมังคละ)
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชุมพล จันทศร
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทองเพียร มูลกาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.911/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ