คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2604/2565 ฉบับเต็ม

#686994
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2604/2565 นาย ก. โจทก์ บริษัท ก. จำเลย จำเลยรับประกันภัยจากโจทก์ตามกรมธรรม์อุบัติเหตุ โดยให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากการบาดเจ็บทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยโดยอุบัติเหตุและทำให้ผู้ประกันเสียภัยชีวิต สูญเสียอวัยวะโดยสิ้นเชิง หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่ได้รับและทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องพักรักษาตัวติดต่อกันในฐานะผู้ป่วยในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลและเสียชีวิตเพราะการบาดเจ็บนั้น จะเห็นได้ว่ากรมธรรม์ดังกล่าวเฉพาะส่วนที่เป็นการประสบอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งเพราะอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของผู้เอาประกันเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 แต่กรณีผู้เอาประกันไม่เสียชีวิตเพียงแต่สูญเสียอวัยวะ หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อันเป็นการถือเอาลักษณะการบาดเจ็บต่อผู้เอาประกันภัยเนื่องจากอุบัติเหตุเป็นเงื่อนไขในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยกำหนดจำนวนเงินแน่นอนสำหรับการชดใช้ ในส่วนนี้จึงหาใช่สัญญาประกันชีวิต แต่ถือว่าเป็นวินาศภัยอย่างหนึ่ง เมื่อโจทก์ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีความพิการและถือว่าโจทก์ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุแต่ไม่เสียชีวิต การฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุนี้จึงเป็นในส่วนของการประกันวินาศภัย ซึ่งต้องใช้อายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคแรก เมื่อโจทก์ประสบอุบัติเหตุวันที่ 5 ตุลาคม 2556 โจทก์ฟ้องคดีวันที่ 22 กันยายน 2561 เกินกว่า 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,070,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเชิงลงโทษตามกฎหมายและค่าเสียหายแก่โจทก์อีกเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 โจทก์ทำสัญญาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลกับจำเลย โดยมีจำเลยเป็นผู้รับประกันภัย และมีโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย ระยะเวลาเอาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 5 มิถุนายน 2556 สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2557 มีเงื่อนไขในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุทั่วไป เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา โจทก์ลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ วันที่ 23 ธันวาคม 2558 แพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีความพิการ และถือว่าโจทก์เป็นผู้ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลมีลักษณะเป็นทั้งการรับประกันวินาศภัยและประกันชีวิตแยกต่างหากจากกัน เมื่อโจทก์แจ้งมายังจำเลยเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยใช้สิทธิเรียกร้องสืบเนื่องมาจากทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุที่จำเลยได้ระบุไว้ในแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันอุบัติเหตุ จึงเป็นการเรียกร้องตามสัญญาประกันวินาศภัย หาใช่การเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต การฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายดังกล่าวจึงต้องใช้อายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย เห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล แผนประกันภัย ที่โจทก์ทำไว้กับจำเลย มีข้อตกลงในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางว่า การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุทั่วไป หรือกรณีอื่น ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรมธรรม์ดังกล่าวเฉพาะส่วนที่เป็นการประสบอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งเพราะอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของผู้เอาประกันเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 889 แต่กรณีผู้เอาประกันไม่เสียชีวิตเพียงแต่สูญเสียอวัยวะหรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิงหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อันเป็นการถือเอาลักษณะการบาดเจ็บต่อผู้เอาประกันเนื่องจากอุบัติเหตุเป็นเงื่อนไขในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยกำหนดเป็นจำนวนเงินแน่นอนสำหรับการชดใช้ ในส่วนนี้จึงหาใช่สัญญาประกันชีวิต แต่ถือว่าเป็นประกันวินาศภัยอย่างหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะแพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีความพิการและถือว่าโจทก์ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ แต่ไม่เสียชีวิต การฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีนี้จึงเป็นในส่วนของการประกันวินาศภัย ซึ่งต้องใช้อายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรก เมื่อโจทก์ประสบอุบัติเหตุวันที่ 5 ตุลาคม 2556 โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 24 กันยายน 2561 เกินกว่า 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีเป็นสัญญาประกันชีวิต โจทก์ต้องฟ้องคดีภายในอายุความ 10 ปี ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล-ประทีป อ่าววิจิตรกุล-ขจรศักดิ์ บุญเกษม) ศาลแพ่ง - นายธีระ กิ่งแก้ว ศาลอุทธรณ์ - นางสาวอารีย์ ทัศนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)431/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
686994
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายธีระ กิ่งแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวอารีย์ ทัศนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081946031"
    }
}
date
2565
deka_no
2604/2565
deka_running_no
2604
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล",
    "ประทีป อ่าววิจิตรกุล",
    "ขจรศักดิ์ บุญเกษม"
]
laws
[]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ก."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ก."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,070,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเชิงลงโทษตามกฎหมายและค่าเสียหายแก่โจทก์อีกเป็นเงิน 1,000,000 บาท

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 โจทก์ทำสัญญาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลกับจำเลย โดยมีจำเลยเป็นผู้รับประกันภัย และมีโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย ระยะเวลาเอาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 5 มิถุนายน 2556 สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2557 มีเงื่อนไขในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยในกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุทั่วไป เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556 เวลาประมาณ 3 นาฬิกา โจทก์ลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ วันที่ 23 ธันวาคม 2558 แพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีความพิการ และถือว่าโจทก์เป็นผู้ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลมีลักษณะเป็นทั้งการรับประกันวินาศภัยและประกันชีวิตแยกต่างหากจากกัน เมื่อโจทก์แจ้งมายังจำเลยเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยใช้สิทธิเรียกร้องสืบเนื่องมาจากทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุที่จำเลยได้ระบุไว้ในแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันอุบัติเหตุ จึงเป็นการเรียกร้องตามสัญญาประกันวินาศภัย หาใช่การเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต การฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายดังกล่าวจึงต้องใช้อายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย เห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล แผนประกันภัย ที่โจทก์ทำไว้กับจำเลย มีข้อตกลงในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางว่า การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ หรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิง หรือการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุทั่วไป หรือกรณีอื่น ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรมธรรม์ดังกล่าวเฉพาะส่วนที่เป็นการประสบอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งเพราะอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของผู้เอาประกันเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 889 แต่กรณีผู้เอาประกันไม่เสียชีวิตเพียงแต่สูญเสียอวัยวะหรือสายตาโดยถาวรสิ้นเชิงหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อันเป็นการถือเอาลักษณะการบาดเจ็บต่อผู้เอาประกันเนื่องจากอุบัติเหตุเป็นเงื่อนไขในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยกำหนดเป็นจำนวนเงินแน่นอนสำหรับการชดใช้ ในส่วนนี้จึงหาใช่สัญญาประกันชีวิต แต่ถือว่าเป็นประกันวินาศภัยอย่างหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะแพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีความพิการและถือว่าโจทก์ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ แต่ไม่เสียชีวิต การฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีนี้จึงเป็นในส่วนของการประกันวินาศภัย ซึ่งต้องใช้อายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรก เมื่อโจทก์ประสบอุบัติเหตุวันที่ 5 ตุลาคม 2556 โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 24 กันยายน 2561 เกินกว่า 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีเป็นสัญญาประกันชีวิต โจทก์ต้องฟ้องคดีภายในอายุความ 10 ปี ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000067.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)431/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565