คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131 -ที่ 1132/2544 ฉบับเต็ม

#68700
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131 - 1132/2544 นายธงชัย ศรีศิริเจริญพร กับพวก โจทก์ นายแสงดี วนิชเวทย์พิบูล จำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 28, มาตรา 35, มาตรา 264 ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 272 แม้จะได้โอนตึกและที่ดินไปแล้ว จำเลยยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองตึกพิพาทอยู่ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือนาย ส. ผู้ซื้อตึกและที่ดินยังจะต้องปฏิบัติตามคำบังคับให้รื้อถอนขนย้ายชั้นวางของที่ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ออกเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ที่จำเลยขอให้ส่งสำนวนไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องการออกคำบังคับใหม่ มิใช่ข้อโต้แย้งกล่าวอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากคดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า การบังคับคดีตามคำพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่เหตุตามมาตรา 6 และ 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ยกคำร้องในส่วนนี้ จำเลยทำสิ่งปลูกสร้างด้วยเหล็กขึ้นใหม่แทนสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเดิมซึ่งรื้อถอนไปแล้วโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและสร้างความเดือดร้อนแก่โจทก์ ความเสียหายจึงยังคงมีอยู่แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงค่าเสียหายตามคำบังคับเพราะเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษา และจำเลยอ้างว่าได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้อื่นแล้ว จึงให้ไต่สวนคำร้องในส่วนนี้ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอให้ออกหมายบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ออกคำบังคับตามคำพิพากษา โดยให้เพิกถอนการออกคำบังคับของศาลชั้นต้นตามสำเนาคำบังคับเก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220 และให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามรูปคดี โจทกที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วนั้น คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนชั้นวางของออกไปจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นนั้นชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า หลังจากจำเลยโอนตึกและที่ดินให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วตึกพิพาทยังใช้เป็นสำนักงานของบริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด ที่มีจำเลยกับนายแสงโรจน์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ทั้งจำเลยยังพักอาศัยอยู่ในตึกพิพาท แม้บริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด จะเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากนายแสงโรจน์ แต่จำเลยก็ยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองตึก จึงถือไม่ได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือนายแสงโรจน์ผู้ซื้อตึกและที่ดินยังจะต้องปฏิบัติตามคำบังคับให้รื้อถอนขนย้ายชั้นวางของที่ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เช่นเดียวกัน โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ต้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงหาเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 28 และ มาตรา 35 ดังที่จำเลยอ้างไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ประการที่สอง ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ให้จำเลยปฏิบัติตาม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น มิใช่ข้อโต้แย้งกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่จำต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ประการใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายชั้นวางของออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2539 จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ตามสำเนาคำบังคับ (เก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-วิเทพ ศิริพากย์-มงคล ทับเที่ยง) ศาลแพ่ง - นายอิสสระ นิ่มละมัย ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
68700
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอิสสระ นิ่มละมัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายนันทชัย เพียรสนอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066827"
    }
}
date
2544
deka_no
1132/2544
deka_running_no
1132
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "มงคล ทับเที่ยง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "sections": [
            "ม. 28",
            "ม. 35",
            "ม. 264"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 272"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายธงชัย ศรีศิริเจริญพร กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายแสงดี วนิชเวทย์พิบูล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากคดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า การบังคับคดีตามคำพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่เหตุตามมาตรา 6 และ 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ยกคำร้องในส่วนนี้ จำเลยทำสิ่งปลูกสร้างด้วยเหล็กขึ้นใหม่แทนสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเดิมซึ่งรื้อถอนไปแล้วโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและสร้างความเดือดร้อนแก่โจทก์ ความเสียหายจึงยังคงมีอยู่แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงค่าเสียหายตามคำบังคับเพราะเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษา และจำเลยอ้างว่าได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้อื่นแล้ว จึงให้ไต่สวนคำร้องในส่วนนี้

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอให้ออกหมายบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ออกคำบังคับตามคำพิพากษา โดยให้เพิกถอนการออกคำบังคับของศาลชั้นต้นตามสำเนาคำบังคับเก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220 และให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามรูปคดี

โจทกที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วนั้น คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนชั้นวางของออกไปจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นนั้นชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า หลังจากจำเลยโอนตึกและที่ดินให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วตึกพิพาทยังใช้เป็นสำนักงานของบริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด ที่มีจำเลยกับนายแสงโรจน์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ทั้งจำเลยยังพักอาศัยอยู่ในตึกพิพาท แม้บริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด จะเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากนายแสงโรจน์ แต่จำเลยก็ยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองตึก จึงถือไม่ได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือนายแสงโรจน์ผู้ซื้อตึกและที่ดินยังจะต้องปฏิบัติตามคำบังคับให้รื้อถอนขนย้ายชั้นวางของที่ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เช่นเดียวกัน โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ต้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงหาเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 28 และ มาตรา 35 ดังที่จำเลยอ้างไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ประการที่สอง ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ให้จำเลยปฏิบัติตาม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น มิใช่ข้อโต้แย้งกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่จำต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ประการใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน?

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายชั้นวางของออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2539 จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ตามสำเนาคำบังคับ (เก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001134.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131 -
year
2544