คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2544 ฉบับเต็ม

#68703
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2544 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายมานพหรืออำนาจ โลสันเทียะ จำเลย ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย ป.พ.พ. มาตรา 1448 ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย บัญญัติว่า "...และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกันผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยผู้กระทำผิดนั้นไป" หมายความว่า ชายหรือหญิงมีอายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ จะสมรสกันจึงจะต้องขออนุญาตต่อศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1448 แต่จำเลยและผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ได้จดทะเบียนสมรสกันในเวลาต่อมา ย่อมเป็นการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่ต้องขออนุญาตต่อศาล จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 277 , 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามบทบัญญัติ ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า "? และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยตัวผู้กระทำผิดนั้นไป" กรณีที่จะต้องให้ศาลอนุญาตให้สมรสกันดังกล่าวนั้นหมายความว่า ชายหรือหญิงมีอายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ จะสมรสกันจึงจะต้องขออนุญาตต่อศาลตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1448 แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยและผู้เสียหายได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. (เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-วิชัย วิวิตเสวี-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา) ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายนินนาท สาครรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
68703
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชัยภูมิ",
        "judge": "นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายนินนาท สาครรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066712"
    }
}
date
2544
deka_no
1285/2544
deka_running_no
1285
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 277 วรรคท้าย"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1448"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานพหรืออำนาจ โลสันเทียะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 277 , 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามบทบัญญัติ ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า "? และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยตัวผู้กระทำผิดนั้นไป" กรณีที่จะต้องให้ศาลอนุญาตให้สมรสกันดังกล่าวนั้นหมายความว่า ชายหรือหญิงมีอายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ จะสมรสกันจึงจะต้องขออนุญาตต่อศาลตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1448 แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยและผู้เสียหายได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคท้าย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001133.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544