คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2544 ฉบับเต็ม

#68717
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2544 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดปิยกรณ์วัสดุก่อสร้าง โจทก์ร่วม นายฉัตรชัย ศรีวะรมย์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7), มาตรา 120, มาตรา 121 วรรคสอง, มาตรา 123 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 5 หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมมีข้อความว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ ร. จัดการแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายมีเจตนาที่จะให้จำเลยต้องรับโทษ ทั้งเหตุที่แจ้งความร้องทุกข์ก็เพราะไม่ต้องการให้เช็คขาดอายุความ จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7) เมื่อความผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ แต่ไม่มีคำร้องทุกข์ ย่อมห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 วรรคสอง การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ ต้องถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบพนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๖๓/๒๕๔๐ หมายเลขดำที่ ๑๓๙๕/๒๕๔๐ และหมายเลขดำที่ ๑๓๙๖/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปิยกรณ์วัสดุก่อสร้าง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ รวม ๕ กระทง ลงโทษจำคุกทุกกระทงรวมเป็น ๒ ปี ๒ เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๖๓/๒๕๔๐ หมายเลขดำที่ ๑๓๙๕/๒๕๔๐ และคดีหมายเลขดำที่ ๑๓๙๖/๒๕๔๐ นั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าว คดีแรกศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษารอการลงโทษจำคุกจำเลย ส่วน ๒ คดีหลังศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อตามขอได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยรวม ๙ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้สั่งซื้อวัสดุก่อสร้างไปจากโจทก์ร่วมหลายรายการ แล้วจำเลยได้ออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมเพื่อเป็นการชำระราคา เมื่อโจทก์ร่วมนำเช็คพิพาทดังกล่าวไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ร่วมจึงมอบอำนาจให้นางสาวรุ่งนภา ภู่ระหงษ์ ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ฟังว่า การที่นางสาวรุ่งนภาไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แล้วพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบแล้วนั้น เห็นว่า การที่หนังสือมอบอำนาจระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย และที่ผู้มอบอำนาจกับผู้รับมอบอำนาจเบิกความว่า แจ้งความเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ ไม่ได้กล่าวถึงว่าแจ้งความโดยมีเจตนาที่จะให้ผู้กระทำผิดคือจำเลยได้รับโทษ จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๗) เมื่อการแจ้งความของนางสาวรุ่งนภาไม่ใช่คำร้องทุกข์ และคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ เมื่อไม่มีคำร้องทุกข์ย่อมห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ ต้องถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. (ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สบโชค สุขารมณ์) ศาลจังหวัดยโสธร - นางสาวสุนี นภาภาค ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตรีวุฒิ สาขากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
68717
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นางสาวสุนี นภาภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายตรีวุฒิ สาขากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068065"
    }
}
date
2544
deka_no
228/2544
deka_running_no
228
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (7)",
            "ม. 120",
            "ม. 121 วรรคสอง",
            "ม. 123"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดปิยกรณ์วัสดุก่อสร้าง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายฉัตรชัย ศรีวะรมย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๖๓/๒๕๔๐ หมายเลขดำที่ ๑๓๙๕/๒๕๔๐ และหมายเลขดำที่ ๑๓๙๖/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปิยกรณ์วัสดุก่อสร้าง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ รวม ๕ กระทง ลงโทษจำคุกทุกกระทงรวมเป็น ๒ ปี ๒ เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๖๓/๒๕๔๐ หมายเลขดำที่ ๑๓๙๕/๒๕๔๐ และคดีหมายเลขดำที่ ๑๓๙๖/๒๕๔๐ นั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าว คดีแรกศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษารอการลงโทษจำคุกจำเลย ส่วน ๒ คดีหลังศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อตามขอได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยรวม ๙ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้สั่งซื้อวัสดุก่อสร้างไปจากโจทก์ร่วมหลายรายการ แล้วจำเลยได้ออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมเพื่อเป็นการชำระราคา เมื่อโจทก์ร่วมนำเช็คพิพาทดังกล่าวไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ร่วมจึงมอบอำนาจให้นางสาวรุ่งนภา ภู่ระหงษ์ ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ฟังว่า การที่นางสาวรุ่งนภาไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แล้วพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบแล้วนั้น เห็นว่า การที่หนังสือมอบอำนาจระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย และที่ผู้มอบอำนาจกับผู้รับมอบอำนาจเบิกความว่า แจ้งความเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ ไม่ได้กล่าวถึงว่าแจ้งความโดยมีเจตนาที่จะให้ผู้กระทำผิดคือจำเลยได้รับโทษ จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๗) เมื่อการแจ้งความของนางสาวรุ่งนภาไม่ใช่คำร้องทุกข์ และคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ เมื่อไม่มีคำร้องทุกข์ย่อมห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ ต้องถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001145.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544