คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2544 ฉบับเต็ม

#68730
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายปริญญา อังกุราภินันท์ โจทก์ร่วม นายพฤติพงศ์ ประสิทธิ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 177 ++ เรื่อง ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ คดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ม.ผู้ตายมีประเด็นว่าจำเลยเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลและมีเหตุที่จะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713 หรือไม่ กับจำเลยเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1728 หรือไม่ ส่วนข้อที่ว่า ม.มีทรัพย์มรดกอะไรบ้างจำนวนเท่าใด ไม่ใช่ประเด็นในคดีดังกล่าว การที่จำเลยเบิกความเท็จว่าบ้านเป็นของม. จึงมิใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๙ เวลากลางวันจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลแพ่งธนบุรี คดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ โดยจำเลยเบิกความว่า จำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณประสิทธิ์ ซึ่งมีบุตร ๓ คน บิดาและมารดาของนายมานพถึงแก่กรรมนานแล้ว เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ นายมานพถึงแก่กรรมด้วยโรคความดันโลหิตสูง ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก แต่มีทรัพย์มรดก คือ บ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓แขวงบางพลัด เขตบางพลัด (ที่ถูกเป็นเขตบางกอกน้อย) กรุงเทพมหานครคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จที่เป็นข้อสำคัญในคดี เพราะขณะจำเลยเบิกความ นายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ แต่ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คือ นายปริญญา อังกุราภินันท์ ซึ่งซื้อบ้านดังกล่าวมาจากการขายทอดตลาดของกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม๒๕๓๑ ศาลแพ่งธนบุรีเชื่อคำเบิกความเท็จของจำเลยจึงมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ต่อมาจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้อื่น เป็นเหตุให้นายปริญญาได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายปริญญา อังกุราภินันท์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรคแรก จำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นบุตรนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณประสิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ สำนักงานสรรพากรกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศว่าจะทำการขายทอดตลาดบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของนางอำไพวรรณในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพวรรณก่อสร้าง ผู้ค้างภาษีอากร โดยจะขายทอดตลาดเฉพาะตัวบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ เนื่องจากปลูกในที่ดินธรณีสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตตารามผู้ใดซื้อได้ให้รื้อไปหรือติดต่อกับวัด ในที่สุดโจทก์ร่วมประมูลซื้อได้ และได้ทำสัญญาซื้อขายกันที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๘มกราคม ๒๕๓๑ ตามหนังสือสัญญาขายบ้านเอกสารหมาย จ.๒ ก่อนและหลังจากการขายทอดตลาดจำเลยได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ มาโดยตลอดจนกระทั่งวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๓๙ จำเลยทำสัญญาจะขายบ้านเลขที่๕๑๑/๘๓ ให้แก่นางสาวเพ็ญณี จีรวัฒนาวงศ์ ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๓ ต่อมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๙ จำเลยเบิกความต่อศาลแพ่งธนบุรีในคดีหมายเลขดำที่ ๔๘๓๖/๒๕๓๙ ที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตายว่า นายมานพบิดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ก่อนถึงแก่กรรมนายมานพเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ตามสำเนาคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.๔ ในที่สุดศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ตามสำเนาคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ของศาลแพ่งธนบุรีเอกสารหมาย จ.๕ หลังจากนั้นจำเลยนำสำเนาคำสั่งดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาบางกอกน้อย เพื่อโอนขายบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ให้แก่นางสาวเพ็ญณีโจทก์ร่วมทราบเรื่องจึงไปคัดค้าน ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนขายบ้านดังกล่าวได้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานเบิกความเท็จตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าในคดีหมายเลขดำที่ ๔๘๓๖/๒๕๓๙ คดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ ของศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งจำเลยเป็นผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตาย ประเด็นในคดีมีว่า จำเลยเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลและมีเหตุที่จะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๓ หรือไม่ และจำเลยเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๑๘ หรือไม่ ส่วนที่ว่านายมานพเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกอะไรบ้าง จำนวนเท่าใดนั้น ไม่ใช่ประเด็นในคดีดังกล่าวดังนั้น แม้จำเลยจะเบิกความหรือแสดงหลักฐานว่าบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ เป็นของนายมานพผู้ตายซึ่งเป็นความเท็จ เพราะขณะจำเลยเบิกความนายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้ แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของคือโจทก์ร่วมก็ตาม คำเบิกความของจำเลยดังกล่าวก็หาใช่ข้อสำคัญในคดีไม่การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. (ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-มงคล คุปต์กาญจนากุล-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลอาญาธนบุรี - นายณฐพล พันธุ์ปัญญา ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
68730
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาธนบุรี",
        "judge": "นายณฐพล พันธุ์ปัญญา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุนทร นาเนกรังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068295"
    }
}
date
2544
deka_no
75/2544
deka_running_no
75
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายปริญญา อังกุราภินันท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพฤติพงศ์ ประสิทธิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๙ เวลากลางวันจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลแพ่งธนบุรี คดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ โดยจำเลยเบิกความว่า จำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณประสิทธิ์ ซึ่งมีบุตร ๓ คน บิดาและมารดาของนายมานพถึงแก่กรรมนานแล้ว เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ นายมานพถึงแก่กรรมด้วยโรคความดันโลหิตสูง ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก แต่มีทรัพย์มรดก คือ บ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓แขวงบางพลัด เขตบางพลัด (ที่ถูกเป็นเขตบางกอกน้อย) กรุงเทพมหานครคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นความเท็จที่เป็นข้อสำคัญในคดี เพราะขณะจำเลยเบิกความ นายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ แต่ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คือ นายปริญญา อังกุราภินันท์ ซึ่งซื้อบ้านดังกล่าวมาจากการขายทอดตลาดของกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม๒๕๓๑ ศาลแพ่งธนบุรีเชื่อคำเบิกความเท็จของจำเลยจึงมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ต่อมาจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายบ้านดังกล่าวให้แก่ผู้อื่น เป็นเหตุให้นายปริญญาได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายปริญญา อังกุราภินันท์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรคแรก จำคุก ๑ ปี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นบุตรนายมานพ ประสิทธิ์ และนางอำไพวรรณประสิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ สำนักงานสรรพากรกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศว่าจะทำการขายทอดตลาดบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของนางอำไพวรรณในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพวรรณก่อสร้าง ผู้ค้างภาษีอากร โดยจะขายทอดตลาดเฉพาะตัวบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ เนื่องจากปลูกในที่ดินธรณีสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตตารามผู้ใดซื้อได้ให้รื้อไปหรือติดต่อกับวัด ในที่สุดโจทก์ร่วมประมูลซื้อได้ และได้ทำสัญญาซื้อขายกันที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๘มกราคม ๒๕๓๑ ตามหนังสือสัญญาขายบ้านเอกสารหมาย จ.๒ ก่อนและหลังจากการขายทอดตลาดจำเลยได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ มาโดยตลอดจนกระทั่งวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๓๙ จำเลยทำสัญญาจะขายบ้านเลขที่๕๑๑/๘๓ ให้แก่นางสาวเพ็ญณี จีรวัฒนาวงศ์ ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๓ ต่อมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๙ จำเลยเบิกความต่อศาลแพ่งธนบุรีในคดีหมายเลขดำที่ ๔๘๓๖/๒๕๓๙ ที่จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตายว่า นายมานพบิดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ก่อนถึงแก่กรรมนายมานพเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ตามสำเนาคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.๔ ในที่สุดศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพ ตามสำเนาคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ของศาลแพ่งธนบุรีเอกสารหมาย จ.๕ หลังจากนั้นจำเลยนำสำเนาคำสั่งดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาบางกอกน้อย เพื่อโอนขายบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ ให้แก่นางสาวเพ็ญณีโจทก์ร่วมทราบเรื่องจึงไปคัดค้าน ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนขายบ้านดังกล่าวได้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานเบิกความเท็จตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าในคดีหมายเลขดำที่ ๔๘๓๖/๒๕๓๙ คดีหมายเลขแดงที่ ๕๐๐๘/๒๕๓๙ ของศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งจำเลยเป็นผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายมานพผู้ตาย ประเด็นในคดีมีว่า จำเลยเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลและมีเหตุที่จะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๓ หรือไม่ และจำเลยเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๑๘ หรือไม่ ส่วนที่ว่านายมานพเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกอะไรบ้าง จำนวนเท่าใดนั้น ไม่ใช่ประเด็นในคดีดังกล่าวดังนั้น แม้จำเลยจะเบิกความหรือแสดงหลักฐานว่าบ้านเลขที่ ๕๑๑/๘๓ เป็นของนายมานพผู้ตายซึ่งเป็นความเท็จ เพราะขณะจำเลยเบิกความนายมานพไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้ แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของคือโจทก์ร่วมก็ตาม คำเบิกความของจำเลยดังกล่าวก็หาใช่ข้อสำคัญในคดีไม่การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001147.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544