คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2565 ฉบับเต็ม

#689193
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2565 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 77/1 (8), มาตรา 82/5 (6) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา ข้อ 2 (4) การที่กิจการและทรัพย์สินบางส่วนซึ่งรวมถึงอาคารที่โจทก์ก่อสร้างขึ้นถูกโอนไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สืบเนื่องมาจาก พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 มาตรา 40 ที่บัญญัติให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้มีการโอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่มีอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นการโอนไปโดยผลของกฎหมาย การโอนโดยผลของกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่การขายตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นําไปหักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่ง ป.รัษฎากร ข้อ 2 (4) และไม่นํานิยามคําว่า "ขาย" ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/1 (8) มาใช้ในกรณีนี้ ดังนั้น ภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารดังกล่าวจึงไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร มาตรา 82/5 (6) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5289 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5291 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยตามหนังสือ เลขที่ กค 0726/5835 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลย 30,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 โจทก์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสาขาหนึ่งของโจทก์ ในระหว่างปี 2554 ถึง 2555 โจทก์ก่อสร้างอาคารและจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกิจการซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและนำภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารมาขอคืนภาษีในเดือนภาษีมีนาคม 2554 เป็นเงิน 189,471.03 บาท และเดือนภาษีมิถุนายน 2554 เป็นเงิน 7,081,159.06 บาท เจ้าพนักงานของจำเลยมีคำสั่งให้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2557 โจทก์ส่งมอบทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณให้แก่สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยมีข้อตกลงว่า หากมีภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดเป็นเงิน 189,471.03 บาท และ 7,081,159.06 บาท โจทก์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จำเลยมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งตามหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดนั้นชอบแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า หนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 บัญญัติว่า "ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3...(6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี" ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีไว้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ "ข้อ 2...(4) ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาได้ขาย หรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ เฉพาะที่ได้กระทำภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์" การที่กิจการและทรัพย์สินบางส่วนซึ่งรวมถึงอาคารที่โจทก์ก่อสร้างขึ้นถูกโอนไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สืบเนื่องมาจากพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 มาตรา 40 ที่บัญญัติให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้มีการโอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่มีอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 คณะรัฐมนตรีลงมติอนุมัติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นการโอนไปโดยผลของกฎหมาย การโอนโดยผลของกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่การขายตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีซื้อมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 2 (4) และไม่นำนิยามคำว่า "ขาย" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) มาใช้ในกรณีนี้ ดังนั้น ภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารดังกล่าวจึงไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 (6) คำสั่งตามหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งเงินคืนภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ต้องส่งคืนเงินภาษีอากรให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5289 และเลขที่ กค 0712.01/5291 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยตามหนังสือ เลขที่ กค 0726/5835 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์-อุดม วัตตธรรม-สุนทร ทรงฤกษ์) ศาลภาษีอากรกลาง - นายศรีณัฐ พสุนธราธรรม - นายบุญเขตร์ พุ่มทิพย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ภษ.54/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
689193
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายศรีณัฐ พสุนธราธรรม"
    },
    {
        "court": "- นายบุญเขตร์ พุ่มทิพย์",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081944852"
    }
}
date
2565
deka_no
4727/2565
deka_running_no
4727
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์",
    "อุดม วัตตธรรม",
    "สุนทร ทรงฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 77/1 (8)",
            "ม. 82/5 (6)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5289 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5291 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยตามหนังสือ เลขที่ กค 0726/5835 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลย 30,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 โจทก์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสาขาหนึ่งของโจทก์ ในระหว่างปี 2554 ถึง 2555 โจทก์ก่อสร้างอาคารและจัดซื้อครุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกิจการซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและนำภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารมาขอคืนภาษีในเดือนภาษีมีนาคม 2554 เป็นเงิน 189,471.03 บาท และเดือนภาษีมิถุนายน 2554 เป็นเงิน 7,081,159.06 บาท เจ้าพนักงานของจำเลยมีคำสั่งให้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2557 โจทก์ส่งมอบทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณให้แก่สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยมีข้อตกลงว่า หากมีภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดเป็นเงิน 189,471.03 บาท และ 7,081,159.06 บาท โจทก์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จำเลยมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งตามหนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดนั้นชอบแล้ว

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า หนังสือแจ้งให้ส่งคืนเงินภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 บัญญัติว่า "ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3...(6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี" ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีไว้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ "ข้อ 2...(4) ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาได้ขาย หรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ เฉพาะที่ได้กระทำภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์" การที่กิจการและทรัพย์สินบางส่วนซึ่งรวมถึงอาคารที่โจทก์ก่อสร้างขึ้นถูกโอนไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สืบเนื่องมาจากพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 มาตรา 40 ที่บัญญัติให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้มีการโอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่มีอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 คณะรัฐมนตรีลงมติอนุมัติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของโจทก์เฉพาะในส่วนของสำนักงานพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไปเป็นของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นการโอนไปโดยผลของกฎหมาย การโอนโดยผลของกฎหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่การขายตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีซื้อมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 2 (4) และไม่นำนิยามคำว่า "ขาย" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) มาใช้ในกรณีนี้ ดังนั้น ภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารดังกล่าวจึงไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 (6) คำสั่งตามหนังสือแจ้งให้โจทก์ส่งเงินคืนภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาดและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ต้องส่งคืนเงินภาษีอากรให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้ส่งคืนภาษีอากรที่สั่งคืนผิดพลาด เลขที่ กค 0712.01/5289 และเลขที่ กค 0712.01/5291 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2560 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยตามหนังสือ เลขที่ กค 0726/5835 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ภษ.54/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565