คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2565 ฉบับเต็ม

#689208
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2565 บริษัท ธ. โจทก์ บริษัท ด. ผู้ร้อง นาย ช. โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้เข้าว่าคดีแทน จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) ศาลล้มละลายกลางอ่านคําพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์จําเลยเด็ดขาด ดังนั้น นับแต่จําเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจําเลยตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) จําเลยจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของจําเลยได้อีก การที่จําเลยยื่นคําร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวด้วย แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจําเลยจะยื่นคําร้องขอเข้าว่าคดีแทนจําเลยและขอให้พิจารณาคดีต่อไป ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่ จําเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคําร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพัทยา เพื่อบังคับชำระหนี้โดยยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 11 กันยายน 2560 ว่า ที่ดินจำนองเป็นของผู้ร้อง โดยศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนองคืนแก่ผู้ร้อง คดีอยู่ระหว่างจำเลยอุทธรณ์ จึงขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ดินจำนองที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลให้ครบภายใน 7 วัน และวันที่ 19 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินจำนองในวันที่ 20 กันยายน 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์รายนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ข.10/2558 (เมื่อปี 2558) แล้ว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำร้อง (เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2558) คดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว ยกคำร้อง เมื่อถึงวันนัดพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้งดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ระหว่างที่คดีผู้ร้องกับจำเลยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนองยังไม่ถึงที่สุดแล้วขอถอนคำร้องที่ขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งฉบับลงวันที่ 11 กันยายน และ 19 กันยายน 2560 ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งคำร้องลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 อีก ส่วนคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ลงวันที่ 18 กันยายน 2560 นั้น ผู้ร้องมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระภายในกำหนด ถือว่าไม่ติดใจที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์อีกต่อไป ให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หากจำเลยไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งของศาลจังหวัดพัทยา ให้จำเลยไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยาอีกครั้ง อาศัยเหตุผลเดียวกับคำร้องฉบับเดิม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยไว้ แล้วพิจารณาสั่งใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยมีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อได้ความว่า ศาลล้มละลายกลางอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6289/2560 ในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ดังนั้น นับแต่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) จำเลยจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยได้อีก การที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ของจำเลยจะยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยและขอให้พิจารณาคดีต่อไป ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่ จำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และยกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (เจษฎาวิทย์ ไทยสยาม-ประทีป อ่าววิจิตรกุล-อนันต์ เสนคุ้ม) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวภูรีวรรณ์ ประเสริฐศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)78/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
689208
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางสาวภูรีวรรณ์ ประเสริฐศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081945257"
    }
}
date
2565
deka_no
4181/2565
deka_running_no
4181
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "เจษฎาวิทย์ ไทยสยาม",
    "ประทีป อ่าววิจิตรกุล",
    "อนันต์ เสนคุ้ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ธ."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท ด."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ช. โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้เข้าว่าคดีแทน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพัทยา เพื่อบังคับชำระหนี้โดยยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 11 กันยายน 2560 ว่า ที่ดินจำนองเป็นของผู้ร้อง โดยศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนองคืนแก่ผู้ร้อง คดีอยู่ระหว่างจำเลยอุทธรณ์ จึงขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ดินจำนองที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลให้ครบภายใน 7 วัน และวันที่ 19 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินจำนองในวันที่ 20 กันยายน 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์รายนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ข.10/2558 (เมื่อปี 2558) แล้ว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำร้อง (เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2558) คดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว ยกคำร้อง เมื่อถึงวันนัดพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้งดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ระหว่างที่คดีผู้ร้องกับจำเลยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนองยังไม่ถึงที่สุดแล้วขอถอนคำร้องที่ขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งฉบับลงวันที่ 11 กันยายน และ 19 กันยายน 2560 ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งคำร้องลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 อีก ส่วนคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ลงวันที่ 18 กันยายน 2560 นั้น ผู้ร้องมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระภายในกำหนด ถือว่าไม่ติดใจที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์อีกต่อไป ให้ยกคำร้อง

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หากจำเลยไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งของศาลจังหวัดพัทยา ให้จำเลยไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ยกคำร้อง

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยาอีกครั้ง อาศัยเหตุผลเดียวกับคำร้องฉบับเดิม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยไว้ แล้วพิจารณาสั่งใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยมีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อได้ความว่า ศาลล้มละลายกลางอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6289/2560 ในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ดังนั้น นับแต่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) จำเลยจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยได้อีก การที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ของจำเลยจะยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยและขอให้พิจารณาคดีต่อไป ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่ จำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และยกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000061.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)78/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565