คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2565 ฉบับเต็ม

#689384
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2565 พนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นาย ว. จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 335 วรรคสอง (7) (10) (เดิม) พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 15 ถึง 24 กรมป่าไม้และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยกรมป่าไม้มีอำนาจหน้าที่ ควบคุม กำกับดูแล ป้องกันการบุกรุก ทำลายป่าและการกระทำผิดในพื้นที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่เกิดเหตุในคดีนี้อยู่ภายในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ การเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาตินั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีกรมป่าไม้โดยการอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๑๕ ถึง ๒๔ แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวงและค่าบำรุงป่าแล้วแต่กรณีด้วย โดยกฎหมายและข้อกำหนดดังกล่าวมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงถือว่าจำเลยและประชาชนทั่วไปทราบถึงข้อบังคับตามกฎหมายดังกล่าวโดยทั่วกันแล้ว การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำลายป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยยังตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ ๓ โดยนำรถขุดไฮดรอลิก (แบ็กโฮ) ขุดหรือลอกกรวด ทรายหรือดินและบรรทุกดินทราย เพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลย ที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นจำเลยร่วมกันลักขุดทราย ๑๙๕,๙๘๙.๕๘ ลูกบาศก์เมตร ราคา ๕๗,๖๙๗,๓๖๖.๕๖ บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เสียหาย ไปโดยทุจริต โดยพฤติการณ์การกระทำความผิดดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมากและใช้ระยะเวลานานประมาณ ๓ ปี ๔ เดือน ลักษณะของการกระทำความผิดดังกล่าวไม่สามารถกระทำผิดแต่เพียงลำพังคนเดียว แสดงว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดขุดทรายจำนวนมากซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุอันเป็นที่ดินของรัฐและอยู่ในอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาตามกฎหมายของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่น จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง และเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จำเลยจึงต้องรับผิดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย ___________________________ (แก้ว เวศอุไร-พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย) ศาลจังหวัดพังงา - นายสิทธิศักดิ์ หล๋อโตน ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิชาญ พึ่งประสิทธิ์ แหล่งที่มา คำพิพากษาฎีกาประชุมใหญ่ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สว.(อ)133/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
689384
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพังงา",
        "judge": "นายสิทธิศักดิ์ หล๋อโตน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวิชาญ พึ่งประสิทธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081946140"
    }
}
date
2565
deka_no
2588/2565
deka_running_no
2588
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "แก้ว เวศอุไร",
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 335 วรรคสอง (7) (10) (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507",
        "sections": [
            "ม. 15 ถึง 24"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพังงา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ว."
    }
]
long_text
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
คำพิพากษาฎีกาประชุมใหญ่
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สว.(อ)133/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565