ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2566
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่
โจทก์
นาง ส.
โจทก์ร่วม
นายแพทย์ ร.
จำเลย
ป.อ. มาตรา 177
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)
ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 177 หาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) การที่จำเลยเบิกความเป็นพยานในคดีที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ว. เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และแต่งตั้งโจทก์ร่วมเป็นผู้พิทักษ์ โดยจำเลยเบิกความเป็นใจความว่า ว. มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ สามารถโต้ตอบมีเหตุผลและสามารถตัดสินใจด้วยตนเอง จำบุคคลใกล้ชิดและเรื่องราวต่าง ๆ ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง และไม่มีอาการฟั่นเฟือน อันเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิหรือส่วนได้เสียของโจทก์ร่วมโดยตรง โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำของจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในคดีนี้โดยตรง และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในคดีนี้ได้
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นาง ส. ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วม ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้มีคำสั่งให้นายวิสิทธิศักดิ์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และแต่งตั้งโจทก์ร่วมเป็นผู้พิทักษ์ มีนายวิสิทธิศักดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน เป็นผู้คัดค้าน ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 218/2556 จำเลยซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษานายวิสิทธิศักดิ์เบิกความในฐานะพยานของฝ่ายผู้คัดค้านในคดีดังกล่าวประกอบใบรับรองแพทย์เป็นใจความว่า นายวิสิทธิ์ศักดิ์มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ สามารถโต้ตอบมีเหตุผลและสามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ จำบุคคลใกล้ชิดและเรื่องราวต่าง ๆ ได้ ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ไม่มีอาการฟั่นเฟือน ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้นายวิสิทธิศักดิ์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของโจทก์ร่วม ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 89/2558 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีนี้ ศาลฎีกาในคดีดังกล่าวพิพากษายืน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความเท็จและมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 นั้นหาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 2 (4) การที่จำเลยเบิกความเป็นพยานในคดีดังกล่าวที่โจทก์ร่วมคดีนี้เป็นผู้ร้องขอให้มีคำสั่งให้นายวิสิทธิศักดิ์ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และแต่งตั้งโจทก์ร่วมคดีนี้เป็นผู้พิทักษ์ โดยจำเลยเบิกความเป็นใจความว่า นายวิสิทธิศักดิ์มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ สามารถโต้ตอบมีเหตุผลและสามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ จำบุคคลใกล้ชิดและเรื่องราวต่าง ๆ ได้ ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง และไม่มีอาการฟั่นเฟือน อันเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิหรือส่วนได้เสียของโจทก์ร่วมโดยตรง เช่นนี้โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำของจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จ ดังนั้น โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความเท็จในคดีนี้โดยตรง และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในคดีนี้ได้ ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น และเห็นเป็นการจำเป็นให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาพิพากษาใหม่ เพื่อให้การวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเป็นไปตามลำดับชั้นศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
(ดุสิต ฉิมพลีย์-วิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์-วิเศษ นิ่มกุล)
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายคมศักดิ์ โตโภชนพันธุ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเชาวลิต ชูรัศมี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2538/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ