คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2563 ฉบับเต็ม

#690063
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2563 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นาย จ. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 243 จำเลยได้รับสำเนาคำฟ้องซึ่งโจทก์ได้แนบสำเนารายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ไปท้ายฟ้องแล้ว และในวันนัดพร้อมจำเลยก็แถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่าแพทย์ได้ตรวจร่างกายผู้เสียหายและทำรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ไว้จริง เมื่อโจทก์แถลงไม่ติดใจนำสืบแพทย์ จำเลยก็มิได้แถลงเป็นอย่างอื่น ถือว่าคู่ความไม่ติดใจซักถามแพทย์ รายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ได้ โดยแพทย์ไม่จำต้องมาเบิกความประกอบพยานเอกสารดังกล่าว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 285, 285/1, 295 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 4 จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว แต่ให้การปฏิเสธข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 285, 295 (เดิม) (ที่ถูก และ 295) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.1 และความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.5 ในแต่ละข้อเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานในแต่ละกระทงอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 13 ปี 4 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 65 ปี 20 เดือน แต่คงจำคุกเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสี่ปากเบิกความได้สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดีโดยไม่มีข้อพิรุธ โดยเฉพาะผู้เสียหายซึ่งขณะเบิกความมีอายุเพียงประมาณ 10 ปี เบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมาตามที่ตนเองประสบ โดยปราศจากการปรุงแต่งอันเป็นลักษณะตามประสาเด็กที่ไร้เดียงสาโดยแท้ ทำให้เชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แม้โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว แต่คำเบิกความของผู้เสียหายมีรายละเอียดลำดับเรื่องราวเชื่อมโยงกันสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีข้อพิรุธให้ระแวงสงสัยว่าผู้เสียหายจะนึกคิดเสริมแต่งเรื่องราวขึ้นมาปรักปรำจำเลยซึ่งเป็นบิดาให้ต้องรับโทษ และผู้เสียหายได้บอกให้นายแดงผู้ใหญ่บ้านทราบในทันทีหลังเกิดเหตุจนมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย คำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีเหตุผลและมีน้ำหนักให้รับฟังได้ อีกทั้งพนักงานสอบสวนพยานโจทก์เบิกความรับรองคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนที่ผู้เสียหายให้การยืนยันว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยบันทึกคำให้การดังกล่าวบันทึกไว้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายรวม 5 ครั้ง เมื่อประมาณปี 2559 จำนวน 1 ครั้ง ช่วงปลายปี 2559 จำนวน 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา 1 ครั้ง และเวลาประมาณ 11 นาฬิกา อีก 1 ครั้ง กับได้บันทึกลักษณะการกระทำชำเราผู้เสียหายของจำเลยไว้โดยละเอียด นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้บันทึกภาพและเสียงของผู้เสียหา (ชัยเจริญ ดุษฎีพร-วรงค์พร จิระภาค-ชูชีพ ปิณฑะสิริ) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายฐิรพัฒน์ เที่ยงกมล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจตุรงค์ นาสมใจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2478/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
690063
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายฐิรพัฒน์ เที่ยงกมล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายจตุรงค์ นาสมใจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951052"
    }
}
date
2563
deka_no
2331/2563
deka_running_no
2331
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ชัยเจริญ ดุษฎีพร",
    "วรงค์พร จิระภาค",
    "ชูชีพ ปิณฑะสิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 243"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 285, 285/1, 295 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 4

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว แต่ให้การปฏิเสธข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 285, 295 (เดิม) (ที่ถูก และ 295) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.1 และความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.5 ในแต่ละข้อเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานในแต่ละกระทงอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 13 ปี 4 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 65 ปี 20 เดือน แต่คงจำคุกเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสี่ปากเบิกความได้สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดีโดยไม่มีข้อพิรุธ โดยเฉพาะผู้เสียหายซึ่งขณะเบิกความมีอายุเพียงประมาณ 10 ปี เบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมาตามที่ตนเองประสบ โดยปราศจากการปรุงแต่งอันเป็นลักษณะตามประสาเด็กที่ไร้เดียงสาโดยแท้ ทำให้เชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แม้โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว แต่คำเบิกความของผู้เสียหายมีรายละเอียดลำดับเรื่องราวเชื่อมโยงกันสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีข้อพิรุธให้ระแวงสงสัยว่าผู้เสียหายจะนึกคิดเสริมแต่งเรื่องราวขึ้นมาปรักปรำจำเลยซึ่งเป็นบิดาให้ต้องรับโทษ และผู้เสียหายได้บอกให้นายแดงผู้ใหญ่บ้านทราบในทันทีหลังเกิดเหตุจนมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย คำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีเหตุผลและมีน้ำหนักให้รับฟังได้ อีกทั้งพนักงานสอบสวนพยานโจทก์เบิกความรับรองคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนที่ผู้เสียหายให้การยืนยันว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยบันทึกคำให้การดังกล่าวบันทึกไว้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายรวม 5 ครั้ง เมื่อประมาณปี 2559 จำนวน 1 ครั้ง ช่วงปลายปี 2559 จำนวน 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา 1 ครั้ง และเวลาประมาณ 11 นาฬิกา อีก 1 ครั้ง กับได้บันทึกลักษณะการกระทำชำเราผู้เสียหายของจำเลยไว้โดยละเอียด นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้บันทึกภาพและเสียงของผู้เสียหา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000107.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2478/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563