คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4650/2565 ฉบับเต็ม

#690162
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4650/2565 นาง จ. ผู้ร้อง นาย ฟ. ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 850, มาตรา 1498 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1498 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา" และวรรคสองบัญญัติว่า "ในกรณีที่การสมรสเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรสั่งเป็นประการอื่น..." เมื่อศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นโมฆะ การสมรสดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์หรือเสียเปล่ามาตั้งแต่วันที่ทำการสมรส ถือว่าไม่มีการสมรสเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน เมื่อไม่มีการสมรส ย่อมไม่มีเหตุที่จะต้องจดทะเบียนหย่า และคู่สมรสย่อมไม่มีความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างกันอันเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 1498 กล่าวคือ การสมรสที่เป็นโมฆะไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ไม่ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินกันอย่างสามีภริยา ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง ดังนั้นข้อตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสามีภริยาที่การสมรสเป็นโมฆะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการสมรสที่เป็นโมฆะ จึงไม่อาจมีได้โดยสมบูรณ์ การตกลงเรื่องสินสมรสในบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เป็นนิติกรรมที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ของสามีภริยา เมื่อผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติม โดยไม่ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องที่มีอยู่ตามกฎหมายด้วยเหตุที่ผู้คัดค้านปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงไม่อาจถือว่าผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวด้วยความสมัครใจโดยมีเจตนาแยกการทำนิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์ออกจากการจดทะเบียนสมรสที่เป็นโมฆะและมีเจตนาระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 กรณีจึงมีเหตุให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านในส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับนาย ฟ. เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ การจดทะเบียนหย่าของผู้ร้องกับนาย ฟ. ฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 บันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่า เป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ และให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงการหย่าและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เฉพาะในส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 และเมื่อคดีถึงที่สุดว่าการสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นโมฆะให้แจ้งไปยังนายทะเบียนเพื่อบันทึกความเป็นโมฆะไว้ในทะเบียนสมรส นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 ผู้ร้องกับผู้คัดค้านจดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ต่อมาผู้ร้องกับผู้คัดค้านจดทะเบียนหย่ากันและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ที่สำนักงานทะเบียนอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้ทำบันทึกข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินกันไว้ สำหรับปัญหาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน ตกเป็นโมฆะนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน คู่ความมิได้ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ คงมีปัญหาตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการเดียวว่า มีเหตุให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านในส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1498 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่การสมรสเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรสั่งเป็นประการอื่น..." เมื่อศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นโมฆะ การสมรสดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์หรือเสียเปล่ามาตั้งแต่วันที่ทำการสมรส ถือว่าไม่มีการสมรสเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน เมื่อไม่มีการสมรส ย่อมไม่มีเหตุที่จะต้องจดทะเบียนหย่า และคู่สมรสย่อมไม่มีความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างกันอันเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 1498 กล่าวคือ การสมรสที่เป็นโมฆะไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ไม่ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินกันอย่างสามีภริยา ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง ดังนั้นข้อตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสามีภริยาที่การสมรสเป็นโมฆะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการสมรสที่เป็นโมฆะ จึงไม่อาจมีได้โดยสมบูรณ์ การตกลงเรื่องสินสมรสในบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เป็นนิติกรรมที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ของสามีภริยา เมื่อผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติมโดยไม่ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องที่มีอยู่ตามกฎหมายด้วยเหตุที่ผู้คัดค้านปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงไม่อาจถือว่าผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวด้วยความสมัครใจ โดยมีเจตนาแยกการทำนิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์ออกจากการจดทะเบียนสมรสที่เป็นโมฆะ และมีเจตนาระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เฉพาะส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล-อโนชา ชีวิตโสภณ-สมชัย ฑีฆาอุตมากร) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต - นายอำนาจ ศรีอรุณราช - นายประวิทย์ อิทธิชัยวัฒนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)31/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
690162
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นายอำนาจ ศรีอรุณราช"
    },
    {
        "court": "- นายประวิทย์ อิทธิชัยวัฒนา",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081944860"
    }
}
date
2565
deka_no
4650/2565
deka_running_no
4650
deka_year
2565
department
แผนก
judges
[
    "ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล",
    "อโนชา ชีวิตโสภณ",
    "สมชัย ฑีฆาอุตมากร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850",
            "ม. 1498"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง จ."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาย ฟ."
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับนาย ฟ. เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ การจดทะเบียนหย่าของผู้ร้องกับนาย ฟ. ฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 บันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่า เป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ และให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงการหย่าและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เฉพาะในส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 และเมื่อคดีถึงที่สุดว่าการสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นโมฆะให้แจ้งไปยังนายทะเบียนเพื่อบันทึกความเป็นโมฆะไว้ในทะเบียนสมรส นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 ผู้ร้องกับผู้คัดค้านจดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ต่อมาผู้ร้องกับผู้คัดค้านจดทะเบียนหย่ากันและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ที่สำนักงานทะเบียนอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้ทำบันทึกข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินกันไว้ สำหรับปัญหาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน ตกเป็นโมฆะนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน คู่ความมิได้ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ คงมีปัญหาตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาประการเดียวว่า มีเหตุให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านในส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1498 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่การสมรสเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรสั่งเป็นประการอื่น..." เมื่อศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นโมฆะ การสมรสดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์หรือเสียเปล่ามาตั้งแต่วันที่ทำการสมรส ถือว่าไม่มีการสมรสเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน เมื่อไม่มีการสมรส ย่อมไม่มีเหตุที่จะต้องจดทะเบียนหย่า และคู่สมรสย่อมไม่มีความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างกันอันเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 1498 กล่าวคือ การสมรสที่เป็นโมฆะไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ไม่ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินกันอย่างสามีภริยา ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลคงเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนบรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง ดังนั้นข้อตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสามีภริยาที่การสมรสเป็นโมฆะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการสมรสที่เป็นโมฆะ จึงไม่อาจมีได้โดยสมบูรณ์ การตกลงเรื่องสินสมรสในบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เป็นนิติกรรมที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ของสามีภริยา เมื่อผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงการหย่าและข้อตกลงเพิ่มเติมโดยไม่ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องที่มีอยู่ตามกฎหมายด้วยเหตุที่ผู้คัดค้านปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงไม่อาจถือว่าผู้ร้องทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวด้วยความสมัครใจ โดยมีเจตนาแยกการทำนิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์ออกจากการจดทะเบียนสมรสที่เป็นโมฆะ และมีเจตนาระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงและบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมที่แนบท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เฉพาะส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)31/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2565