ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 34/2566
ศาลปกครองนครสวรรค์
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดหล่มสัก
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ว.
ผู้ฟ้องคดี
กรมราชทัณฑ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา
พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา
พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา
คดีที่ นาย ว. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง กรมราชทัณฑ์ ที่ ๑ เรือนจำอำเภอหล่มสัก ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดีสรุปข้อเท็จจริงได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนาย พ. ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจากการที่นาย พ. ซึ่งอยู่ระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอหล่มสัก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพื่อตรวจพิสูจน์สารเสพติดตามคำสั่งของศาลยุติธรรม ได้เสียชีวิตลงโดยผิดธรรมชาติ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชี้แจงการตายของนาย พ. แก่ผู้ฟ้องคดีและศาล ดังนี้เมื่อกรมราชทัณฑ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ส่วนเรือนจำอำเภอหล่มสัก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นหน่วยงานในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่คดีพิพาทที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นาย พ. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดและศาลยุติธรรมมีคำสั่งให้ส่งตัวไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดโดยให้อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังนั้นนาย พ. จึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีผลถึงการดำเนินคดีของพนักงานอัยการที่อาจชะลอการฟ้องไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับแจ้งผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจากคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไปหากเห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งนี้ตามมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว และในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจนครบถ้วนตามที่กำหนดในแผนและผลการฟื้นฟูเป็นที่น่าพอใจแล้ว มาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากความผิดที่ถูกกล่าวหาและให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป แล้วแจ้งผลให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการทราบ แต่หากผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังไม่เป็นที่พอใจก็ต้องรายงานความเห็นไปยังพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดีผู้นั้นต่อไป โดยมาตรา ๓๔ บัญญัติว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้ต้องหาที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดหรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่ผู้นั้นได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแล้ว และมาตรา ๓๕ยังบัญญัติให้การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้ การควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดอันจะนำไปสู่การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มิใช่การกระทำทางปกครอง เมื่อผู้ฟ้องคดีฟ้องว่านาย พ. ถึงแก่ความตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพื่อตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามคำสั่งศาลยุติธรรม โดยมีคำขอให้ศาลตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองที่จะอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ตามความในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจเกี่ยวกับคดีอาญา ย่อมมีอำนาจในการควบคุมตรวจสอบขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คดีนี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
34/2566
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
34/2566
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)