คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2544 ฉบับเต็ม

#69184
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2544 นางศรีเพ็ญ สุริยะศิริบุตร โจทก์ กระทรวงศึกษาธิการ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. แม้ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดไปแล้ว โจทก์ผู้ฎีกาก็ยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอค่าขึ้นศาลส่วนที่เสียเกินมาในชั้นฎีกาได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 แล้วต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์เป็นอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท แต่เจ้าหน้าที่ศาลให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ขอให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 ว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์เป็นกรณีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้คืนเงินค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้คืนเงินค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 22 มิถุนายน 2542 ว่า ศาลฎีกาพิพากษาไปแล้วจึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะอุทธรณ์และฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้มาด้วยก็ตาม ก็เป็นอุทธรณ์และฎีกาโต้แย้งที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เท่านั้น ไม่ได้อุทธรณ์และฎีกาในเนื้อหาที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มอีก 2,000,000 บาท และแม้ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะพิพากษาว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ก็จะเข้าไปวินิจฉัยเรื่องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มยังไม่ได้ เพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงเนื่องจากศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสอง ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ ดังนั้น อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้าย ป.วิ.พ. กำหนดให้เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์จำนวน 200 บาท นั้นถูกต้องแล้ว แต่ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจำนวน 50,000 บาท เป็นการเสียค่าขึ้นศาลเกินมาไม่ถูกต้อง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์ พิพากษากลับ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาเป็นเงินจำนวน 49,800 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิชัย วิสิทธวงศ์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุเทพ เจตนาการณ์กุล) ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ โกวิทยา ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่ง เรืองโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69184
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประเสริฐ โกวิทยา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายรุ่ง เรืองโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065370"
    }
}
date
2544
deka_no
2516/2544
deka_running_no
2516
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ."
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางศรีเพ็ญ สุริยะศิริบุตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กระทรวงศึกษาธิการ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 แล้วต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์เป็นอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท แต่เจ้าหน้าที่ศาลให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ขอให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 ว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์เป็นกรณีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้คืนเงินค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้คืนเงินค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 22 มิถุนายน 2542 ว่า ศาลฎีกาพิพากษาไปแล้วจึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2542

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะอุทธรณ์และฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้มาด้วยก็ตาม ก็เป็นอุทธรณ์และฎีกาโต้แย้งที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เท่านั้น ไม่ได้อุทธรณ์และฎีกาในเนื้อหาที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มอีก 2,000,000 บาท และแม้ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะพิพากษาว่า อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ก็จะเข้าไปวินิจฉัยเรื่องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มยังไม่ได้ เพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงเนื่องจากศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสอง ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ ดังนั้น อุทธรณ์และฎีกาของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้าย ป.วิ.พ. กำหนดให้เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์จำนวน 200 บาท นั้นถูกต้องแล้ว แต่ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจำนวน 50,000 บาท เป็นการเสียค่าขึ้นศาลเกินมาไม่ถูกต้อง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์

พิพากษากลับ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาเป็นเงินจำนวน 49,800 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001121.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544