ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 17/2566
ศาลจังหวัดธัญบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ป. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
โจทก์
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ โจทก์ทั้งสามเป็นเอกชนยื่นฟ้อง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ ๑ บริษัท จ. ที่ ๒ บริษัท บ. ที่ ๓ จำเลย อ้างว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสามโดยดำเนินการขุดเจาะพื้นดินเพื่อก่อสร้างและวางแนวโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ ๕ พาดผ่านที่ดินของโจทก์ทั้งสามด้วยความประมาททำให้เกิดการรั่วซึมของสารโซเดียมเบนโทไนท์เข้าสู่บ่อปลาข้างเคียง ซึ่งสารเคมีดังกล่าวไม่เสื่อมสลายไปตามธรรมชาติส่งผลต่อการเลี้ยงปลาดุกในอนาคตของโจทก์ทั้งสาม และจำเลยทั้งสามผิดสัญญาโดยทำการเจาะลอดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ส่งผลให้ปลาดุกตกใจไม่กินอาหารจนไม่เจริญเติบโตและตายจำนวนมาก ไม่สามารถนำออกขายได้ตามกำหนด รวมทั้งส่งมอบพื้นที่คืนแก่โจทก์ทั้งสามไม่เรียบร้อยตามสัญญา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ อันจะถือเป็น "หน่วยงานทางปกครอง" โดยแท้ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ ๑ อาจเป็นหน่วยงานทางปกครอง ประเภทหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ หากได้ใช้อำนาจทางปกครองหรือได้ดำเนินกิจการทางปกครองตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ ว่า โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ ๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบโครงข่ายก๊าซธรรมชาติ และเพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับการขยายกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทุนในส่วนที่ ๑ ระยะที่ ๒ ของระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามแผนระบบรับส่งและโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคง โดยมอบหมายให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดำเนินโครงการ การดำเนินการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ ๕ ของจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๐๖ และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง และมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อโจทก์ทั้งสามกล่าวอ้างว่าการดำเนินการของจำเลยที่ ๑ ในการใช้อำนาจในฐานะผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสาม คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
17/2566
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
17/2566
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)