ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2968/2544
นางเลี้ยง เงินคง กับพวก
โจทก์
นายแจ๊ว แก้วทุ่ง กับพวก
ผู้ร้อง
นางทองหล่อ คำน้อยหรือแก้วทุ่ง
จำเลย
ป.พ.พ. มาตรา 1364
ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 142 (5), มาตรา 246, มาตรา 271, มาตรา 288
โจทก์ฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของ ล. ให้แก่โจทก์ตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาทเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น โจทก์และจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ผู้ร้องและจำเลยย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งมรดกตามสัญญา ต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนอันได้แก่ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ ๕ ไร่ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ที่ ๓ กึ่งหนึ่ง บ้านเลขที่ ๕ และเลขที่ ๖ ให้โจทก์ทั้งสามคนละหนึ่งในสี่ หากแบ่งทรัพย์ข้างต้นแต่ละรายการไม่ได้ ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสามตามส่วนที่มีสิทธิจะได้รับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์พิพาทโดยอ้างว่า เป็นมรดกของนางไหลเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนการยึดที่ดินและบ้านดังกล่าว
โจทก์ทั้งสามให้การขอให้ยกคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำร้องขอ
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในคดีเดิมโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของนางไหล คำน้อย ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามจึงขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์ในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ โจทก์ทั้งสามและจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
พิพากษายืน .
(ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-ชูชาติ ศรีแสง-สบโชค สุขารมณ์)
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายจิตรกร พัฒนาศิริ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ