คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3111/2544 ฉบับเต็ม

#69220
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3111/2544 พันเอกสุพพัต ศิริจันทร์ โจทก์ บริษัทภูเก็ตบอทานิคส์ จำกัด จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 9 วรรคสอง การที่บริษัทจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ เนื่องจากบริษัทจำเลยไม่มีเงินจ่ายนั้นยังถือไม่ได้ว่าเป็นการจงใจไม่จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร จึงไม่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าจ้างค้างจ่ายตามจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย ชำระค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 2,160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับขอให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานและหนังสือสำคัญการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงรานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายเดือนธันวาคม 2542 จำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 12,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันที่ 8 มกราคม 2543 ทุกระยะเวลาเจ็ดวัน จ่ายเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชย นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2543 ทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ทั้งนี้จนกว่าจำเลยจะชำระค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยเสร็จ กับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ในค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทจำเลยมีโจทก์เป็นลูกจ้างเพียงคนเดียว มีโครงการสวนพฤกษชาติที่จังหวัดภูเก็ต แต่ต้องระงับโครงการ จึงเลิกจ้างโจทก์ โจทก์เคยเรียกร้องให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ผลประโยชน์จากการเลิกจ้าง ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และค่าทนายความตามหนังสือเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่ายและผลประโยชน์จากการเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.1 และรายการเรียกร้องเงินต่างๆ ตามเอกสารหมาย ล.2 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยจึงไม่จ่ายเงินตามที่โจทก์เรียกร้อง เห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของโจทก์เองว่า รายได้ของบริษัทจำเลยเท่ากับศูนย์ ซึ่งหมายความว่าบริษัทจำเลยไม่มีรายได้จึงมิได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) โจทก์ได้รับเงินเดือนเป็นเช็คจากบริษัทมิวเร็กซ์ จำกัด เพราะบริษัทจำเลยไม่มีเงินจ่ายให้แก่โจทก์ ดังนั้น การที่บริษัทจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยให้แก่โจทก์เนื่องจากบริษัทจำเลยไม่มีเงินจ่ายนั้น จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการจงใจไม่จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยปราศจากเหตุอันสมควร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 9 วรรคสอง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวันในเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวันในเงินค่าจ้างค้างจ่าย เงินค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแรงงานกลาง - นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69220
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064485"
    }
}
date
2544
deka_no
3111/2544
deka_running_no
3111
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 9 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พันเอกสุพพัต ศิริจันทร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทภูเก็ตบอทานิคส์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าจ้างค้างจ่ายตามจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย ชำระค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 2,160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับขอให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานและหนังสือสำคัญการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายให้แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงรานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายเดือนธันวาคม 2542 จำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 12,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันที่ 8 มกราคม 2543 ทุกระยะเวลาเจ็ดวัน จ่ายเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชย นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2543 ทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ทั้งนี้จนกว่าจำเลยจะชำระค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยเสร็จ กับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ในค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทจำเลยมีโจทก์เป็นลูกจ้างเพียงคนเดียว มีโครงการสวนพฤกษชาติที่จังหวัดภูเก็ต แต่ต้องระงับโครงการ จึงเลิกจ้างโจทก์ โจทก์เคยเรียกร้องให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ผลประโยชน์จากการเลิกจ้าง ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และค่าทนายความตามหนังสือเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่ายและผลประโยชน์จากการเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.1 และรายการเรียกร้องเงินต่างๆ ตามเอกสารหมาย ล.2 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยจึงไม่จ่ายเงินตามที่โจทก์เรียกร้อง เห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของโจทก์เองว่า รายได้ของบริษัทจำเลยเท่ากับศูนย์ ซึ่งหมายความว่าบริษัทจำเลยไม่มีรายได้จึงมิได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) โจทก์ได้รับเงินเดือนเป็นเช็คจากบริษัทมิวเร็กซ์ จำกัด เพราะบริษัทจำเลยไม่มีเงินจ่ายให้แก่โจทก์ ดังนั้น การที่บริษัทจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยให้แก่โจทก์เนื่องจากบริษัทจำเลยไม่มีเงินจ่ายนั้น จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการจงใจไม่จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยปราศจากเหตุอันสมควร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 9 วรรคสอง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวันในเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าทุกระยะเวลาเจ็ดวันในเงินค่าจ้างค้างจ่าย เงินค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าชดเชยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001113.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544