คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2544 ฉบับเต็ม

#69221
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2544 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทไทยเจนเนอรัลทรานสปอร์ท จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 131, มาตรา 132, มาตรา 138, มาตรา 142, มาตรา 175, มาตรา 183 จำเลยทั้งหกให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งหกเสร็จสิ้น ในวันนัดอ่าน คำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ไม่คัดค้าน แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แถลงคัดค้านว่าทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียเปรียบและยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ 10,000,000 บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นผู้ค้ำประกันรับผิดร่วมกันในวงเงิน 400,000 บาท หากจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ชำระเงินให้โจทก์ 10,000,000 บาท จริง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมพ้นความรับผิดไปด้วย ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 10,000,000 บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการชำระหนี้นอกศาลและเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวมาให้ศาลไต่สวนเพื่อวินิจฉัยยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่ได้ ทั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ตามคำคัดค้านของจำเลยที 2 และที่ 3 แล้ว ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน ๑๘,๑๓๕,๔๓๘.๐๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๗,๐๙๔,๓๒๓.๕๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๓๘๑ ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งหกให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งหกเสร็จสิ้น และนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๑ ในวันนัดอ่าน คำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ โดยจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ไม่คัดค้านการ ถอนฟ้อง แต่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แถลงคัดค้านการถอนฟ้องเพราะทำให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เสียเปรียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาและการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องเป็นวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ครั้นวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๔ แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ขอให้ทำการไต่สวนว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ได้ชำระเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงยอมถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นผู้ค้ำประกันรับผิดในวงเงิน ๖,๔๐๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ชำระเงินให้โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จริง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ย่อมพ้นความรับผิดไปด้วย ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องนี้แล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ และยกคำร้องขอไต่สวนของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ ค่าคำร้องเป็นพับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๓,๒๖๕,๑๗๗.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี จากจำนวนที่เกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แบบทบต้นนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ แบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ (ทั้งนี้ยอดหนี้ถึงวันฟ้องวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ต้องไม่เกินกว่า ๑๘,๑๓๕,๔๓๘.๐๗ บาท) โดยให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และ ที่ ๔ ร่วมรับผิดในเงินดังกล่าวเป็นเงิน ๖,๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี จากต้นเงิน ๕,๔๐๐,๐๐๐ท บาท นับแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๓๘๑ ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๑ ผู้จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ และยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ บังคับชำระหนี้ตามจำนวนที่เป็นหนี้ได้ตามกฎหมาย ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยจำเลยที่ ๑ รับผิดในค่าทนายความ ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ร่วมรับผิดในค่าทนาย ๒๐,๐๐๐ บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ และที่ ๖ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาขอให้ไต่สวนคำร้องลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ ของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อ้างในคำร้องว่า จำเลยที่ ๔ แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็น ผู้ค้ำประกันต้อง รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ จึงพ้นความรับผิดไปด้วยนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการชำระหนี้นอกศาลและเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะอ้างข้อเท็จจริงตามคำร้องดังกล่าวมาให้ศาลไต่สวนเพื่อวินิจฉัยยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ไม่ได้ ทั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามคำคัดค้านของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุที่จะไต่สวน คำร้องลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมศักดิ์ เนตรมัย-วิเทพ ศิริพากย์-ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์) ศาลแพ่ง - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69221
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064483"
    }
}
date
2544
deka_no
3114/2544
deka_running_no
3114
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 131",
            "ม. 132",
            "ม. 138",
            "ม. 142",
            "ม. 175",
            "ม. 183"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยเจนเนอรัลทรานสปอร์ท จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน ๑๘,๑๓๕,๔๓๘.๐๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๗,๐๙๔,๓๒๓.๕๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๓๘๑ ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยทั้งหกให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งหกเสร็จสิ้น และนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๑ ในวันนัดอ่าน คำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ โดยจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ไม่คัดค้านการ ถอนฟ้อง แต่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แถลงคัดค้านการถอนฟ้องเพราะทำให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เสียเปรียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาและการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องเป็นวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

ครั้นวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๔ แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ขอให้ทำการไต่สวนว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ได้ชำระเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงยอมถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นผู้ค้ำประกันรับผิดในวงเงิน ๖,๔๐๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ชำระเงินให้โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จริง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ย่อมพ้นความรับผิดไปด้วย ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องนี้แล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ และยกคำร้องขอไต่สวนของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ ค่าคำร้องเป็นพับ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๓,๒๖๕,๑๗๗.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี จากจำนวนที่เกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แบบทบต้นนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ แบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ (ทั้งนี้ยอดหนี้ถึงวันฟ้องวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ต้องไม่เกินกว่า ๑๘,๑๓๕,๔๓๘.๐๗ บาท) โดยให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และ ที่ ๔ ร่วมรับผิดในเงินดังกล่าวเป็นเงิน ๖,๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี จากต้นเงิน ๕,๔๐๐,๐๐๐ท บาท นับแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๓๘๑ ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๑ ผู้จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ และยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ บังคับชำระหนี้ตามจำนวนที่เป็นหนี้ได้ตามกฎหมาย ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยจำเลยที่ ๑ รับผิดในค่าทนายความ ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ร่วมรับผิดในค่าทนาย ๒๐,๐๐๐ บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ และที่ ๖

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาขอให้ไต่สวนคำร้องลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ ของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อ้างในคำร้องว่า จำเลยที่ ๔ แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็น ผู้ค้ำประกันต้อง รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ จึงพ้นความรับผิดไปด้วยนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการชำระหนี้นอกศาลและเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะอ้างข้อเท็จจริงตามคำร้องดังกล่าวมาให้ศาลไต่สวนเพื่อวินิจฉัยยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ไม่ได้ ทั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามคำคัดค้านของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุที่จะไต่สวน คำร้องลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๑ ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001113.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544