คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2544 ฉบับเต็ม

#69225
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2544 นางสมจิตต์ อมรเลิศวิทย์ กับพวก โจทก์ นายพิรอด กลีบจำปา จำเลย บริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคสาม จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ที่จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานบุคคลและพยานเอกสารดังอ้างมาสืบเพื่อประโยชน์แก่จำเลย หรือไม่ทราบว่า พยานหลักฐานดังกล่าวได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ในเมื่อพยานบุคคลที่จำเลยอ้างระบุเพิ่มเติมเป็นพนักงานของจำเลยเอง และพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยซึ่งจำเลยควรได้รู้อยู่ก่อนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่ร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๒,๒๓๕,๗๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๒,๑๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑,๘๘๖,๓๑๑.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน ๑,๘๑๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามสำหรับจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยร่วมให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า? คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ ชอบหรือไม่? ในปัญหาสุดท้ายว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ ชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้แสดงให้เห็นว่า มีเหตุอันสมควรที่จำเลยที่ ๒ ไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานบุคคลและพยานเอกสารดังอ้างมาสืบเพื่อประโยชน์แก่จำเลยที่ ๒ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานดังกล่าวได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ในเมื่อพยานบุคคลที่จำเลยที่ ๒ อ้างระบุเพิ่มเติมเป็นพนักงานของจำเลยที่ ๒ เอง และพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ควรได้รู้อยู่ก่อนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่ร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคสาม คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสาม. (อัธยา ดิษยบุตร-ปรีดี รุ่งวิสัย-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสมชาย เงารุ่งเรือง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69225
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นายสมชาย เงารุ่งเรือง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064380"
    }
}
date
2544
deka_no
4331/2544
deka_running_no
4331
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 88 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมจิตต์ อมรเลิศวิทย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิรอด กลีบจำปา"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๒,๒๓๕,๗๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๒,๑๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑,๘๘๖,๓๑๑.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน ๑,๘๑๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามสำหรับจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยร่วมให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสาม

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า? คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ ชอบหรือไม่?

ในปัญหาสุดท้ายว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ ชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้แสดงให้เห็นว่า มีเหตุอันสมควรที่จำเลยที่ ๒ ไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานบุคคลและพยานเอกสารดังอ้างมาสืบเพื่อประโยชน์แก่จำเลยที่ ๒ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานดังกล่าวได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ในเมื่อพยานบุคคลที่จำเลยที่ ๒ อ้างระบุเพิ่มเติมเป็นพนักงานของจำเลยที่ ๒ เอง และพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ควรได้รู้อยู่ก่อนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่ร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคสาม คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสาม.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001112.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544