คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5376/2544 ฉบับเต็ม

#69245
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5376/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายบุญส่ง โมราราย จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 คำว่า "จำหน่าย" ตามความหมายในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ การที่จำเลยเป็นผู้จัดหายาเสพติดให้โทษมาให้แก่ ช. โดย ช. ต้องมอบเงินให้แก่จำเลยส่วนจำเลยจะไปหายาเสพติดให้โทษมาจากที่ใด อย่างไร หาได้เกี่ยวข้องกับ ช.ไม่ ช. เป็นเพียงผู้ต้องการยาเสพติดให้โทษ เมื่อมอบเงินให้จำเลยไปจำเลยก็จัดหายาเสพติดให้โทษมามอบให้ตามที่ ช. ต้องการ จึงต้องถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะ ผู้จำหน่ายโดยไม่ต้องคำนึงว่ายาเสพติดให้โทษดังกล่าวจะเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยหรือไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๕ ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ช. ได้มอบเงินจำนวน ๓๖๐ บาท ให้จำเลยเพื่อไปจัดหาเมทแอมเฟตามีนมาให้ และจำเลยได้นำเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องมาให้ ช. จึงถูก เจ้าพนักงานตำรวจมาฟ้องเป็นคดีนี้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ไปซื้อยาเสพติดให้โทษ จากบุคคลภายนอกแทน ช. ถือไม่ได้ว่าเป็นการจำหน่าย ตามความหมายในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ การกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เห็นว่า คำว่า จำหน่าย ตามมาตรา ๔ ดังกล่าวนั้น หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ กรณีของจำเลย ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้จัดหายาเสพติดให้โทษมาให้แก่ ช. โดย ช. ต้องมอบเงินให้แก่จำเลยส่วนจำเลยจะไปหายาเสพติดให้โทษมาจากที่ใด อย่างไรหาได้เกี่ยวข้องกับ ช. ไม่ ช. เป็นเพียงผู้ต้องการยาเสพติดให้โทษ เมื่อมอบเงินให้จำเลยไปจำเลยก็จัดหายาเสพติดให้โทษมามอบให้ตามที่ ช. ต้องการ จึงต้องถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะผู้จำหน่ายตามความหมายในมาตรา ๔ ดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่ายาเสพติด ดังกล่าวจะเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยหรือไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พิชิต คำแฝง-สายันต์ สุรสมภพ-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมศักดิ์ ธนากิจพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69245
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ธนากิจพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063949"
    }
}
date
2544
deka_no
5376/2544
deka_running_no
5376
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญส่ง โมราราย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๕ ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ช. ได้มอบเงินจำนวน ๓๖๐ บาท ให้จำเลยเพื่อไปจัดหาเมทแอมเฟตามีนมาให้ และจำเลยได้นำเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องมาให้ ช. จึงถูก เจ้าพนักงานตำรวจมาฟ้องเป็นคดีนี้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นเพียงผู้ไปซื้อยาเสพติดให้โทษ จากบุคคลภายนอกแทน ช. ถือไม่ได้ว่าเป็นการจำหน่าย ตามความหมายในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ การกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เห็นว่า คำว่า จำหน่าย ตามมาตรา ๔ ดังกล่าวนั้น หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ กรณีของจำเลย ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้จัดหายาเสพติดให้โทษมาให้แก่ ช. โดย ช. ต้องมอบเงินให้แก่จำเลยส่วนจำเลยจะไปหายาเสพติดให้โทษมาจากที่ใด อย่างไรหาได้เกี่ยวข้องกับ ช. ไม่ ช. เป็นเพียงผู้ต้องการยาเสพติดให้โทษ เมื่อมอบเงินให้จำเลยไปจำเลยก็จัดหายาเสพติดให้โทษมามอบให้ตามที่ ช. ต้องการ จึงต้องถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะผู้จำหน่ายตามความหมายในมาตรา ๔ ดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่ายาเสพติด ดังกล่าวจะเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยหรือไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001108.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544