คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5720/2544 ฉบับเต็ม

#69257
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5720/2544 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายมนัสหรือเจ็ก โล่อนันต์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 198 ป.วิ.พ. มาตรา 10 จำเลยได้รับอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 28 กันยายน 2541 จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนี้ภายในวันที่ 28 กันยายน 2541 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 หากไม่อาจยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลชั้นต้นได้โดยเหตุสุดวิสัย จำเลยจะยื่นอุทธรณ์โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลซึ่งตนอยู่ในเขตศาลในขณะนั้นก็ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 10 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ทนายจำเลยได้รับมอบหมายจากจำเลยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดลพบุรี) และทนายจำเลยได้ ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไป 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาขอขยายวันที่ 29 กันยายน 2541 แต่ศาลชั้นต้น ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คดีนี้ไปเพียงวันที่ 28 กันยายน 2541 ซึ่งในวันที่ 28 กันยายน 2541 ทนายจำเลยไปดูที่เกิดเหตุคดีอื่นภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา เวลาประมาณ 8 นาฬิกา ปรากฏว่ารถยนต์ของทนายจำเลยขับไปชนก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้ก้นถังน้ำมันเครื่องแตก ช่างไม่สามารถทำการซ่อมให้เสร็จในวันเดียวกันหรือหากเสร็จก็จะเป็นเวลาเย็น เป็นเหตุให้ทนายจำเลยกลับมายื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีไม่ทัน ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นศาลที่ทนายจำเลยอยู่ภายในเขตศาล เนื่องจากทนายจำเลยไปคนเดียวและรถยนต์ ของทนายจำเลยมีราคาประมาณสองล้านบาทและไม่รู้จักกับเจ้าของอู่ซ่อมรถ จึงไม่อาจทิ้งรถยนต์ไว้ที่อู่ซ่อมรถ เมื่อมีเหตุที่ทนายจำเลยไม่อาจที่จะกลับไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดลพบุรี) ได้ทัน ถือว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อันเป็นเหตุสุดวิสัย ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทนายจำเลยอยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 10 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง? จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นขยายให้ไปแล้ว ๑ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่าในวันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราโดยยื่นคำร้องว่าไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ทันโดยเหตุสุดวิสัย เนื่องจากทนายจำเลยเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุ ไม่สามารถใช้ขับกลับจังหวัดลพบุรีได้ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งว่าลงรับไว้แล้วรีบส่งศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วว่า คดีนี้จำเลยได้รับอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีซึ่งเป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนี้ภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ หากไม่อาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้โดยเหตุสุดวิสัย จำเลยจะยื่นอุทธรณ์โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลซึ่งตนอยู่ในเขตศาลในขณะนั้น (ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา) ก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ทนายจำเลยได้รับมอบหมายจากจำเลยให้ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลจังหวัดลพบุรี และทนายจำเลยได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไป ๑๕ วัน ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาขอขยายวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๑ แต่ศาลจังหวัดลพบุรีขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คดีนี้ไปเพียงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ซึ่งในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ทนายจำเลยไปดูที่เกิดเหตุคดีอื่นภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา เวลาประมาณ ๘ นาฬิกา ปรากฏว่ารถยนต์ของทนายจำเลยขับไปกระทบก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้ก้นถังน้ำมันเครื่องแตก ช่างบอกว่าไม่สามารถทำการซ่อมให้เสร็จในวันนี้หรือหากเสร็จก็จะเป็นเวลาเย็น เป็นเหตุให้ทนายจำเลยกลับมายื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีไม่ทัน ทนายจำเลยจึงได้ยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา เห็นว่า แม้ทนายจำเลยจะเบิกความเพียงปากเดียวว่ารถยนต์ของทนายจำเลยกับถังน้ำมันเครื่องแตกเนื่องจากอุบัติเหตุชนก้อนหินนั้น ไม่สามารถซ่อมเสร็จจนขับกลับจังหวัดลพบุรีได้ทันเวลาทำการของศาลจังหวัดลพบุรีในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ และการที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในวันนั้นเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ย่อมแสดงว่ามีเหตุที่ทนายจำเลยไม่อาจที่จะกลับไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้ทันตามที่เบิกความจริง การที่ทนายจำเลยไม่เดินทางโดยรถยนต์คันอื่นกลับไปจังหวัดลพบุรีโดยอ้างว่ามาคนเดียว รถยนต์ของทนายจำเลยมีราคาแพงประมาณสองล้านบาท ไม่รู้จักเจ้าของอู่ซ่อมรถจึงไม่อาจนำรถของทนายจำเลยทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถยนต์นั้นก็มีเหตุผลให้รับฟังได้ ฉะนั้นเหตุการณ์ที่ทนายจำเลยกล่าวอ้างถือว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทนายจำเลยไม่อาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้ ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทนายจำเลยอยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์และให้ถือว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาดำเนินการต่อไป. (สมชัย เกษชุมพล-สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สุมิตร สุภาดุลย์) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมภาศ ทองหวาน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายจรูญ อินทจาร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69257
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายสมภาศ ทองหวาน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายจรูญ อินทจาร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063706"
    }
}
date
2544
deka_no
5720/2544
deka_running_no
5720
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 198"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 10"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนัสหรือเจ็ก โล่อนันต์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง?

จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นขยายให้ไปแล้ว ๑ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่าในวันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราโดยยื่นคำร้องว่าไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ทันโดยเหตุสุดวิสัย เนื่องจากทนายจำเลยเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุ ไม่สามารถใช้ขับกลับจังหวัดลพบุรีได้ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งว่าลงรับไว้แล้วรีบส่งศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วว่า คดีนี้จำเลยได้รับอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีซึ่งเป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนี้ภายในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ หากไม่อาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้โดยเหตุสุดวิสัย จำเลยจะยื่นอุทธรณ์โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลซึ่งตนอยู่ในเขตศาลในขณะนั้น (ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา) ก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕

ทนายจำเลยได้รับมอบหมายจากจำเลยให้ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลจังหวัดลพบุรี และทนายจำเลยได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไป ๑๕ วัน ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาขอขยายวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๑ แต่ศาลจังหวัดลพบุรีขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คดีนี้ไปเพียงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ซึ่งในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ทนายจำเลยไปดูที่เกิดเหตุคดีอื่นภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา เวลาประมาณ ๘ นาฬิกา ปรากฏว่ารถยนต์ของทนายจำเลยขับไปกระทบก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้ก้นถังน้ำมันเครื่องแตก ช่างบอกว่าไม่สามารถทำการซ่อมให้เสร็จในวันนี้หรือหากเสร็จก็จะเป็นเวลาเย็น เป็นเหตุให้ทนายจำเลยกลับมายื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีไม่ทัน ทนายจำเลยจึงได้ยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา เห็นว่า แม้ทนายจำเลยจะเบิกความเพียงปากเดียวว่ารถยนต์ของทนายจำเลยกับถังน้ำมันเครื่องแตกเนื่องจากอุบัติเหตุชนก้อนหินนั้น ไม่สามารถซ่อมเสร็จจนขับกลับจังหวัดลพบุรีได้ทันเวลาทำการของศาลจังหวัดลพบุรีในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ และการที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในวันนั้นเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ย่อมแสดงว่ามีเหตุที่ทนายจำเลยไม่อาจที่จะกลับไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้ทันตามที่เบิกความจริง การที่ทนายจำเลยไม่เดินทางโดยรถยนต์คันอื่นกลับไปจังหวัดลพบุรีโดยอ้างว่ามาคนเดียว รถยนต์ของทนายจำเลยมีราคาแพงประมาณสองล้านบาท ไม่รู้จักเจ้าของอู่ซ่อมรถจึงไม่อาจนำรถของทนายจำเลยทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถยนต์นั้นก็มีเหตุผลให้รับฟังได้ ฉะนั้นเหตุการณ์ที่ทนายจำเลยกล่าวอ้างถือว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทนายจำเลยไม่อาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดลพบุรีได้ ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทนายจำเลยอยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์และให้ถือว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๑ ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาดำเนินการต่อไป.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001106.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544