ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 49/2566
ศาลจังหวัดปทุมธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
นาง ฐ. ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
โจทก์
นิติบุคคลอาคารชุดบ้าน อ. ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา
พ.ร.บ.การเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2537 มาตรา
ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยอาคารชุด พ.ศ. 2554 มาตรา
คดีนี้ แม้การเคหะแห่งชาติ จำเลยที่ ๒ จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ แต่การที่จำเลยที่ ๒ ใช้สิทธิในฐานะเจ้าของร่วมห้องชุดที่มีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมดในอาคารชุดบ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว ๓ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒/๒ เรียกประชุมใหญ่วิสามัญนั้น เป็นการกระทำในฐานะเจ้าของร่วมอาคารชุดดังกล่าวเช่นเดียวกับเจ้าของร่วมทั่วไปซึ่งเป็นเอกชน มิได้เป็นการใช้อำนาจหรือจัดทำบริการสาธารณะตามพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ของนิติบุคคลอาคารชุดบ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว ๓ จำเลยที่ ๑ และมติที่ประชุมที่แต่งตั้ง หจก. ท. เป็นผู้จัดการนิติบุคคลแทน จึงเป็นกิจการของเอกชน มิใช่เป็นการใช้อำนาจทางปกครองเพื่อดำเนินกิจการทางปกครอง ดังนั้น การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดบ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว ๓ จำเลยที่ ๑ การเคหะแห่งชาติ จำเลยที่ ๒ และนาย ก. จำเลยที่ ๓ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ของจำเลยที่ ๑ เป็นโมฆะ และขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวในวาระที่ ๓ จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ แต่เป็นคดีพิพาททางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนที่โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมที่ดิน จำเลยที่ ๔ มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเพิกถอนการขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคลและกรรมการนิติบุคคลจำเลยที่ ๑ นั้น แม้จะเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการและกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แต่การที่จะพิจารณาว่า การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการและกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดของจำเลยที่ ๑ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาการจัดประชุมวิสามัญประจำปี ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ และมติที่ประชุมเสียก่อนว่า เป็นการประชุมและมติที่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ ทั้งเจตนารมณ์ของโจทก์ทั้งสองในการฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อจะทำลายมติที่ประชุมเจ้าของร่วมอาคารชุดจำเลยที่ ๑ ในการประชุมวิสามัญประจำปี ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ซึ่งเป็นนิติสัมพันธ์ทางแพ่ง ส่วนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการและกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เป็นเพียงผลของการพิจารณาว่าการประชุมใหญ่และมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญของเจ้าของร่วมในอาคารชุดนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น คดีนี้จึงควรได้รับการพิจารณาพิพากษาพร้อมกันไปในศาลเดียวกันที่ศาลยุติธรรม
___________________________
()
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
49/2566
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
49/2566
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)