คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2544 ฉบับเต็ม

#69267
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสมบัติ คงเจริญ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 17, มาตรา 80, มาตรา 83 ป.วิ.อ. มาตรา 195, มาตรา 213, มาตรา 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสองตกลงจะขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด ให้แก่ ส. ในราคา 150 บาท และรับเงินค่า เมทแอมเฟตามีนจาก ส. ไว้แล้ว แต่ขณะที่จำเลยที่ 1 กำลังใช้ไขควงคลายน็อตยึดฝาครอบไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของกลางซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟจำนวน 20 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ เพื่อจะนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด ออกมามอบให้แก่ ส. ก็ถูกสิบตำรวจโท จ. กับพวกจับกุมเสียก่อน โดยขณะนั้นจำเลยทั้งสองยังมิได้แยกเมทแอมเฟตา-มีนจำนวน 1 เม็ด ออกจากหลอดกาแฟมาส่งมอบให้แก่ ส. การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยกับ ส. จึงยัง ไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 เม็ด เท่านั้น และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาได้ด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบด้วย มาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ ประกอบมาตรา ๑๕ (ที่ถูกมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทั้งฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุกคนละกระทงละ ๕ ปี รวมเป็นจำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ริบของกลาง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ก่อนรวมโทษ ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกกระทงละ ๒ ปี ๖ เดือน รวมโทษทุกกระทงแล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๔ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ กระทำความ ผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องกระทงหลังสำเร็จสำเร็จแล้วหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหา ข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ ทั้งนี้โดยศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองตกลงจะขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ให้แก่นายสุชาติ ผิวผ่อง ในราคา ๑๕๐ บาท และรับเงินค่า เมทแอมเฟตามีนจากนายสุชาติไว้แล้ว แต่ขณะที่จำเลยที่ ๑ กำลังใช้ไขควงไขน็อตยึดฝาครอบไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งภายในมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒๐ เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดกาแฟซุกซ่อนอยู่เพื่อจะนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ออกมามอบให้แก่นายสุชาติก็ถูกสิบตำรวจโทจีรพนธ์ บริรักษ์ กับพวกจับกุมเสียก่อน ซึ่งจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าแม้จะมีการตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด และมีการชำระราคากันแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ซื้อ ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงยังไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่จำเลยทั้งสองถูกสิบตำรวจโทจีรพนธ์กับพวกจับกุมนั้น จำเลยที่ ๑ เพียงแต่ได้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๕๐ บาท ไว้จากนายสุชาติ และกำลังใช้ ไขควงไขน็อตยึดฝาครอบไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อจะนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด จากจำนวน ๒๐ เม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟซุกซ่อนอยู่ในฝาครอบไฟท้ายออกมาส่งมอบให้แก่นายสุชาติ แต่ขณะถูกจับกุมจำเลยทั้งสองยังมิได้แยกเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ออกจากหลอดกาแฟมาส่งมอบให้แก่นายสุชาติ การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยกับนายสุชาติจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๘๔/๒๕๓๑ ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายพิชัย ไชยยะนาค จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า การซื้อขายดังกล่าวเกิดขึ้นสมบูรณ์เป็นความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนสำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น แต่เนื่องจากเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้ฎีกาได้ด้วย ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องกระทงหลังความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓ จำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ สำหรับความผิดฐานนี้ ๑ ปี ๘ เดือน เมื่อรวมโทษของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานนี้เข้ากับโทษของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๑๔ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๘ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายอุทิศ สุภาพ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69267
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายอุทิศ สุภาพ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนพจน์ อารยลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063370"
    }
}
date
2544
deka_no
5904/2544
deka_running_no
5904
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 80",
            "ม. 83"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195",
            "ม. 213",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 66 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมบัติ คงเจริญ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ ประกอบมาตรา ๑๕ (ที่ถูกมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทั้งฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุกคนละกระทงละ ๕ ปี รวมเป็นจำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ริบของกลาง

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ก่อนรวมโทษ ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกกระทงละ ๒ ปี ๖ เดือน รวมโทษทุกกระทงแล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๔ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ กระทำความ ผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องกระทงหลังสำเร็จสำเร็จแล้วหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหา ข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ ทั้งนี้โดยศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองตกลงจะขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ให้แก่นายสุชาติ ผิวผ่อง ในราคา ๑๕๐ บาท และรับเงินค่า เมทแอมเฟตามีนจากนายสุชาติไว้แล้ว แต่ขณะที่จำเลยที่ ๑ กำลังใช้ไขควงไขน็อตยึดฝาครอบไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งภายในมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๒๐ เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดกาแฟซุกซ่อนอยู่เพื่อจะนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ออกมามอบให้แก่นายสุชาติก็ถูกสิบตำรวจโทจีรพนธ์ บริรักษ์ กับพวกจับกุมเสียก่อน ซึ่งจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าแม้จะมีการตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด และมีการชำระราคากันแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ซื้อ ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงยังไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่จำเลยทั้งสองถูกสิบตำรวจโทจีรพนธ์กับพวกจับกุมนั้น จำเลยที่ ๑ เพียงแต่ได้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๕๐ บาท ไว้จากนายสุชาติ และกำลังใช้ ไขควงไขน็อตยึดฝาครอบไฟท้ายรถจักรยานยนต์ของกลางเพื่อจะนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด จากจำนวน ๒๐ เม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟซุกซ่อนอยู่ในฝาครอบไฟท้ายออกมาส่งมอบให้แก่นายสุชาติ แต่ขณะถูกจับกุมจำเลยทั้งสองยังมิได้แยกเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ออกจากหลอดกาแฟมาส่งมอบให้แก่นายสุชาติ การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างจำเลยกับนายสุชาติจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑ เม็ด ดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๘๔/๒๕๓๑ ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายพิชัย ไชยยะนาค จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า การซื้อขายดังกล่าวเกิดขึ้นสมบูรณ์เป็นความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนสำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น แต่เนื่องจากเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้ฎีกาได้ด้วย ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องกระทงหลังความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓ จำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ สำหรับความผิดฐานนี้ ๑ ปี ๘ เดือน เมื่อรวมโทษของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานนี้เข้ากับโทษของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๑๔ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๘ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ๒
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001103.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544