คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5952/2544 ฉบับเต็ม

#69269
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5952/2544 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นางเข็มทอง ทองปิ่น จำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2), มาตรา 73 วรรคสอง (2) พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง และมาตรา 73 วรรคสอง หมายความว่า ผู้กระทำความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยมิชอบและความผิดฐานมีไว้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนั้นหากเป็นไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ไม่ว่าจำนวนมากน้อยเพียงใดก็มีความผิด หากเป็นไม้ประเภทอื่นจะมีความผิดต่อเมื่อทำไม้หรือมีไม้เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร จำเลยมีไม้แดง ไม้รัง และไม้ประดู่ รวมไม้ทั้งหมด 284 ท่อน ซึ่งเกิน 20 ท่อน และรวมปริมาตรไม้ทั้งสิ้น 6.47 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกิน 4 ลูกบาศก์เมตร เป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ฯ มาตรา 69 วรรคสอง (2) และมาตรา 73 วรรคสอง (2) แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑ , ๖๙ , ๗๓ , ๗๔ จัตวา ริบของกลาง และจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑ , ๖๙ วรรคสอง , ๗๓ (๒) วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) , ๗๓ วรรคสอง (๒)) , ๗๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก ๓ ปี ความผิดฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย จำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๖ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ริบของกลาง ส่วนเงินสินบนเนื่องจากศาลมิได้พิพากษาปรับ จึงให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานทำไม้หวงห้าม จำคุก ๒ ปี ฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก ๒ ปี รวมจำคุก ๔ ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) และมาตรา ๗๓ วรรคสอง (๒) หรือไม่ พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ถ้าไม้ที่มีไว้ในครอบครองเป็น (๑) ไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. หรือ (๒) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองแสนบาท และมาตรา ๗๓ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าการกระทำผิดนั้นเกี่ยวกับ (๑) ไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. หรือ (๒) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตรหรือไม้ที่ได้แปรรูปรวมปริมาตรไม้เกินสองลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองแสนบาท" หมายความว่าผู้กระทำความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยมิชอบและความผิดฐานมีไว้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนั้น หากเป็นไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ไม่ว่าจำนวนมากน้อยเพียงใดก็มีความผิด หากเป็นไม้ประเภทอื่นจะมีความผิดต่อเมื่อทำไม้หรือมีไม้เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร คดีนี้จำเลยมีไม้แดง ไม้รัง และไม้ประดู่ รวมไม้ทั้งหมด ๒๘๔ ท่อน ซึ่งเกิน ๒๐ ท่อน และรวมปริมาตรไม้ทั้งสิ้น ๖.๔๗ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกิน ๔ ลูกบาศก์เมตร เป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดมาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) และมาตรา ๗๓ วรรคสอง (๒) แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ไม้ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมากเป็นภัยต่อป่าไม้อันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ นับเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ใช้ดุลพินิจลดโทษให้นั้น นับเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์) ศาลจังหวัดอุดรธานี - นางสาวพรพิมล โศจิรัตน์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ - นายอัครศักย์ จิตธรรมมา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69269
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุดรธานี",
        "judge": "นางสาวพรพิมล โศจิรัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค ๔",
        "judge": "นายอัครศักย์ จิตธรรมมา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063365"
    }
}
date
2544
deka_no
5952/2544
deka_running_no
5952
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484",
        "sections": [
            "ม. 69 วรรคสอง (2)",
            "ม. 73 วรรคสอง (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเข็มทอง ทองปิ่น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑ , ๖๙ , ๗๓ , ๗๔ จัตวา ริบของกลาง และจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑ , ๖๙ วรรคสอง , ๗๓ (๒) วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) , ๗๓ วรรคสอง (๒)) , ๗๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก ๓ ปี ความผิดฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย จำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๖ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ริบของกลาง ส่วนเงินสินบนเนื่องจากศาลมิได้พิพากษาปรับ จึงให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานทำไม้หวงห้าม จำคุก ๒ ปี ฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก ๒ ปี รวมจำคุก ๔ ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) และมาตรา ๗๓ วรรคสอง (๒) หรือไม่ พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ถ้าไม้ที่มีไว้ในครอบครองเป็น (๑) ไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. หรือ (๒) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองแสนบาท และมาตรา ๗๓ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าการกระทำผิดนั้นเกี่ยวกับ (๑) ไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. หรือ (๒) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตรหรือไม้ที่ได้แปรรูปรวมปริมาตรไม้เกินสองลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองแสนบาท" หมายความว่าผู้กระทำความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยมิชอบและความผิดฐานมีไว้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนั้น หากเป็นไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ไม่ว่าจำนวนมากน้อยเพียงใดก็มีความผิด หากเป็นไม้ประเภทอื่นจะมีความผิดต่อเมื่อทำไม้หรือมีไม้เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร คดีนี้จำเลยมีไม้แดง ไม้รัง และไม้ประดู่ รวมไม้ทั้งหมด ๒๘๔ ท่อน ซึ่งเกิน ๒๐ ท่อน และรวมปริมาตรไม้ทั้งสิ้น ๖.๔๗ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกิน ๔ ลูกบาศก์เมตร เป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดมาตรา ๖๙ วรรคสอง (๒) และมาตรา ๗๓ วรรคสอง (๒) แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ไม้ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมากเป็นภัยต่อป่าไม้อันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ นับเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ใช้ดุลพินิจลดโทษให้นั้น นับเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001103.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544