คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6527/2544 ฉบับเต็ม

#69296
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6527/2544 นางสัญญา บุดดา โจทก์ นายอมร สุวรรณวิสุทธิ์ จำเลย นางเม็ง สุวรรณวิสุทธิ์ จำเลยร่วม ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 132, มาตรา 147, มาตรา 234, มาตรา 246, มาตรา 247 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะให้มีการรับอุทธรณ์ไว้พิจารณา ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าทุนทรัพย์พิพาทมีราคาเกินกว่าห้าหมื่นบาท แต่จำเลยก็มิได้กระทำ จึงมีผลให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง และมาตรา 234 ดังนี้ ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบในเรื่องที่ศาลชั้นต้นกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์โดยจำเลยไม่มีโอกาสคัดค้านอย่างไร ก็ไม่อาจมีผลกระทบถึงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัย ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ในวันสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วมซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน โจทก์ยื่นคำแถลงว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์ขอตีราคาที่ดินพิพาทเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และขอเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอีก ๑,๐๕๐ บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับลงบัญชีไว้ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดินพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ๒๐๐ บาท ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วม ต่อมาจำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ขอแก้ไขอุทธรณ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้เพิกถอนคำสั่งรับอุทธรณ์ และสั่งใหม่เป็นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วม จำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๓ ว่าศาลชั้นต้นกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ตามคำแถลงของโจทก์ โดยไม่ให้โอกาสแก่จำเลยและจำเลยร่วมได้คัดค้านก่อนเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จำเลยและจำเลยร่วมเพิ่งทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว และให้สอบถามคู่ความทุกฝ่ายเพื่อกำหนดจำนวนทุนทรัพย์แล้วมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมเสียใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องยังไม่พอให้ถือว่าเป็นเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมแล้ว หากจำเลยและจำเลยร่วมประสงค์จะให้มีการรับอุทธรณ์ไว้พิจารณา จำเลยและจำเลยร่วมก็ชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าทุนทรัพย์พิพาทควรมีราคาเกินกว่าห้าหมื่นบาท เพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะมีผลให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา แต่จำเลยและจำเลยร่วมก็มิได้กระทำ จึงมีผลให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๓๔ ดังนี้ ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมอย่างไร ก็ไม่อาจมีผลกระทบถึงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัย ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายกฤษดา ภูวรักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวีระศักดิ์ นิศามณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69296
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายกฤษดา ภูวรักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ นิศามณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062576"
    }
}
date
2544
deka_no
6527/2544
deka_running_no
6527
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 132",
            "ม. 147",
            "ม. 234",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสัญญา บุดดา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอมร สุวรรณวิสุทธิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นางเม็ง สุวรรณวิสุทธิ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ในวันสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วมซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน โจทก์ยื่นคำแถลงว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์ขอตีราคาที่ดินพิพาทเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และขอเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอีก ๑,๐๕๐ บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับลงบัญชีไว้ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดินพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ๒๐๐ บาท ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วม ต่อมาจำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ขอแก้ไขอุทธรณ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้เพิกถอนคำสั่งรับอุทธรณ์ และสั่งใหม่เป็นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วม

จำเลยและจำเลยร่วมยื่นคำร้องลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๓ ว่าศาลชั้นต้นกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ตามคำแถลงของโจทก์ โดยไม่ให้โอกาสแก่จำเลยและจำเลยร่วมได้คัดค้านก่อนเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จำเลยและจำเลยร่วมเพิ่งทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว และให้สอบถามคู่ความทุกฝ่ายเพื่อกำหนดจำนวนทุนทรัพย์แล้วมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมเสียใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องยังไม่พอให้ถือว่าเป็นเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมแล้ว หากจำเลยและจำเลยร่วมประสงค์จะให้มีการรับอุทธรณ์ไว้พิจารณา จำเลยและจำเลยร่วมก็ชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าทุนทรัพย์พิพาทควรมีราคาเกินกว่าห้าหมื่นบาท เพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะมีผลให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา แต่จำเลยและจำเลยร่วมก็มิได้กระทำ จึงมีผลให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง และมาตรา ๒๓๔ ดังนี้ ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมอย่างไร ก็ไม่อาจมีผลกระทบถึงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัย

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001096.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544