คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6563/2544 ฉบับเต็ม

#69299
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6563/2544 นางวรา แขเกษม โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 มาตรา 3, มาตรา 5, มาตรา 9, มาตรา 10 ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กำหนดให้โอนเงินบำเหน็จที่สมาชิก มีสิทธิที่จะได้รับจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงาน ส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบของสมาชิกแต่ละราย ณ วันที่ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นสมาชิกกองทุนตามสิทธิที่พึงได้รับ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การโอนเงินบำเหน็จส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบ ที่จำเลยจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากข้อความในข้อ 23 วรรคสอง ที่กล่าวถึงกรณีจำเลยไม่สามารถโอนเงินจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงานเข้า สมทบกองทุนให้ครบตามวรรคแรกก็ให้จำเลยทยอยโอนเงินส่วนที่ขาดเข้าสมทบกองทุนให้ครบภายใน 5 ปี นับแต่ วันที่กองทุนได้รับการจดทะเบียนข้อบังคับดังกล่าว จึงไม่ใช้บังคับในการพิจารณาจ่ายเงินบำเหน็จ ส่วนการจะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์หรือไม่ ต้องพิจารณาข้อบังคับดังกล่าวตอนต่อไปของข้อ 23 วรรคแรกที่ว่า การคิดคำนวณ เงินบำเหน็จให้ใช้อัตราเงินเดือนที่สมาชิก (โจทก์) ได้รับในเดือนที่นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับ จดทะเบียนกองทุนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานมาโดยการนับจำนวนปีที่ทำงานมาให้นับแต่วันที่บรรจุเป็นพนักงาน จนถึงวันที่นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับจดทะเบียนกองทุนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และเศษของปีให้นับรวมเข้าด้วย โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จตามข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2524 ฉบับที่ 47 ว่าด้วยเงินบำเหน็จ เมื่อข้อบังคับดังกล่าวข้อ 6 (2) กำหนดให้พนักงานที่ลาออกซึ่งมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ และกำหนดว่าการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณเงินบำเหน็จ ให้นับตั้งแต่วันที่ทดลองงาน จนถึงวันสิ้นสุดการเป็นพนักงาน เมื่อโจทก์มีเวลาทำงานหรืออายุการทำงาน 6 ปี 6 เดือน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับ เงินบำเหน็จ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จจำนวน ๔๖,๖๒๐ บาท และค่าล่วงเวลาจำนวน ๗๔,๙๒๕ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์แถลงสละประเด็นค่าล่วงเวลา ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖,๐๒๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ข้อ ๒๓ กำหนดให้โอนเงินบำเหน็จที่สมาชิกมีสิทธิที่จะได้รับจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงาน ส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบของสมาชิกแต่ละราย ณ วันที่ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นสมาชิกกองทุนตามสิทธิที่พึงได้รับ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การโอนเงินบำเหน็จส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบที่จำเลยจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพซึ่งจะเห็นได้ชัดจากข้อความในข้อ ๒๓ วรรคสองที่กล่าวถึงกรณีจำเลยไม่สามารถโอนเงินจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงานเข้าสมทบกองทุนให้ครบตามวรรคแรกก็ให้จำเลยทยอยโอนเงินส่วนที่ขาดเข้าสมทบกองทุนให้ครบภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่กองทุนได้รับการจดทะเบียน ข้อบังคับดังกล่าวจึงไม่ใช้บังคับในการพิจารณาจ่ายเงินบำเหน็จ ส่วนการจะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์หรือไม่ต้องพิจารณาข้อบังคับดังกล่าวตอนต่อไปของ ข้อ ๒๓ วรรคแรก ที่ว่า การคิดคำนวณเงินบำเหน็จให้ใช้อัตราเงินเดือนที่สมาชิก (โจทก์) ได้รับในเดือนที่นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับจดทะเบียนกองทุนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ และเศษของปีให้นับรวมเข้าด้วยกัน โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จตามข้อบังคับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๒๔ ฉบับที่ ๔๗ ว่าด้วยเงินบำเหน็จ เมื่อข้อบังคับดังกล่าวข้อ ๖ (๒) กำหนดให้พนักงานที่ลาออก ซึ่งมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า ๕ ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ และข้อ ๑๐ กำหนดว่าการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณเงินบำเหน็จให้นับตั้งแต่วันทดลองงานจนถึงวันสิ้นสุดการเป็นพนักงาน เมื่อโจทก์มีเวลาทำงานหรือ อายุการทำงาน ๖ ปี ๖ เดือน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน . (พูนศักดิ์ จงกลนี-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลแรงงานกลาง - นายอร่ามศักดิ์ ไทพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69299
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอร่ามศักดิ์ ไทพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062462"
    }
}
date
2544
deka_no
6563/2544
deka_running_no
6563
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 3",
            "ม. 5",
            "ม. 9",
            "ม. 10"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวรา แขเกษม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จจำนวน ๔๖,๖๒๐ บาท และค่าล่วงเวลาจำนวน ๗๔,๙๒๕ บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

วันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์แถลงสละประเด็นค่าล่วงเวลา

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖,๐๒๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ข้อ ๒๓ กำหนดให้โอนเงินบำเหน็จที่สมาชิกมีสิทธิที่จะได้รับจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงาน ส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบของสมาชิกแต่ละราย ณ วันที่ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นสมาชิกกองทุนตามสิทธิที่พึงได้รับ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การโอนเงินบำเหน็จส่งเข้ากองทุนเป็นเงินสมทบที่จำเลยจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพซึ่งจะเห็นได้ชัดจากข้อความในข้อ ๒๓ วรรคสองที่กล่าวถึงกรณีจำเลยไม่สามารถโอนเงินจากกองทุนเงินบำเหน็จพนักงานเข้าสมทบกองทุนให้ครบตามวรรคแรกก็ให้จำเลยทยอยโอนเงินส่วนที่ขาดเข้าสมทบกองทุนให้ครบภายใน ๕ ปี นับแต่วันที่กองทุนได้รับการจดทะเบียน ข้อบังคับดังกล่าวจึงไม่ใช้บังคับในการพิจารณาจ่ายเงินบำเหน็จ ส่วนการจะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์หรือไม่ต้องพิจารณาข้อบังคับดังกล่าวตอนต่อไปของ ข้อ ๒๓ วรรคแรก ที่ว่า การคิดคำนวณเงินบำเหน็จให้ใช้อัตราเงินเดือนที่สมาชิก (โจทก์) ได้รับในเดือนที่นายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับจดทะเบียนกองทุนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ และเศษของปีให้นับรวมเข้าด้วยกัน โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จตามข้อบังคับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๒๔ ฉบับที่ ๔๗ ว่าด้วยเงินบำเหน็จ เมื่อข้อบังคับดังกล่าวข้อ ๖ (๒) กำหนดให้พนักงานที่ลาออก ซึ่งมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า ๕ ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ และข้อ ๑๐ กำหนดว่าการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณเงินบำเหน็จให้นับตั้งแต่วันทดลองงานจนถึงวันสิ้นสุดการเป็นพนักงาน เมื่อโจทก์มีเวลาทำงานหรือ อายุการทำงาน ๖ ปี ๖ เดือน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001095.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544