คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7271/2544 ฉบับเต็ม

#69313
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7271/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมลักษณ์ นรจิตร์ จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 คำว่า "ผลิต" ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย การที่จำเลยนำวัสดุเป็นผงซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมมาอัดเป็นเม็ดเป็นการเปลี่ยนรูปวัสดุซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมจากเป็นผงให้เป็นเม็ด จึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แล้ว หาต้องใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการผลิตไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๑๕ , ๖๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ คำว่า ผลิต หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย โจทก์มีพยานคือ ร้อยตำรวจเอกบุญเลิศ โพธิ์สุข และจ่าสิบตำรวจอัสนีย์ นันทสุคนธ์ เบิกความว่า จับจำเลยและยึดเมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด เครื่องมืออุปกรณ์ผลิตเมทแอมเฟตามีน วัสดุเป็นผงคล้ายแป้งจำนวนหนึ่ง จำเลยรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับว่าผลิตเมทแอมเฟตามีนและรับว่าของกลางต่าง ๆ เป็นของจำเลย ทั้งจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ได้ทำการผลิตยาเม็ดด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดเป็นของกลาง เพียงแต่อ้างว่าใช้ยาพาราเซตามอลกับสีผสมอาหารเป็นวัสดุในการผลิต ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผล ไม่มีประโยชน์หรือความจำเป็นที่จะทำดังที่จำเลยอ้าง วัสดุเป็นผงและยาเม็ดของกลางได้รับการตรวจพิสูจน์พบว่ามีเมทแอมเฟตามีนผสมอยู่ ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ มีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ ดังนี้ กรณีไม่ใช่การนำยาพาราเซตามอลมาบดอัดเป็นเม็ดตามที่จำเลยนำสืบ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยนำวัสดุเป็นผงซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมมาอัดเป็นเม็ด การกระทำของจำเลยเป็นการเปลี่ยนรูปวัสดุซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมจากเป็นผงให้เป็นเม็ด จึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังกล่าวแล้ว หาจำต้องใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการผลิตดังที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดฐานนี้ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว จึงไม่อาจกำหนดโทษให้เบาลงอีกได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (สายันต์ สุรสมภพ-พิชิต คำแฝง-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลอาญาธนบุรี - นางอุบลรัตน์ ลีพัฒนกิจ ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69313
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาธนบุรี",
        "judge": "นางอุบลรัตน์ ลีพัฒนกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061488"
    }
}
date
2544
deka_no
7271/2544
deka_running_no
7271
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมลักษณ์ นรจิตร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๑๕ , ๖๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ คำว่า ผลิต หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย โจทก์มีพยานคือ ร้อยตำรวจเอกบุญเลิศ โพธิ์สุข และจ่าสิบตำรวจอัสนีย์ นันทสุคนธ์ เบิกความว่า จับจำเลยและยึดเมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด เครื่องมืออุปกรณ์ผลิตเมทแอมเฟตามีน วัสดุเป็นผงคล้ายแป้งจำนวนหนึ่ง จำเลยรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับว่าผลิตเมทแอมเฟตามีนและรับว่าของกลางต่าง ๆ เป็นของจำเลย ทั้งจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ได้ทำการผลิตยาเม็ดด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดเป็นของกลาง เพียงแต่อ้างว่าใช้ยาพาราเซตามอลกับสีผสมอาหารเป็นวัสดุในการผลิต ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผล ไม่มีประโยชน์หรือความจำเป็นที่จะทำดังที่จำเลยอ้าง วัสดุเป็นผงและยาเม็ดของกลางได้รับการตรวจพิสูจน์พบว่ามีเมทแอมเฟตามีนผสมอยู่ ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ มีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ ดังนี้ กรณีไม่ใช่การนำยาพาราเซตามอลมาบดอัดเป็นเม็ดตามที่จำเลยนำสืบ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยนำวัสดุเป็นผงซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมมาอัดเป็นเม็ด การกระทำของจำเลยเป็นการเปลี่ยนรูปวัสดุซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมจากเป็นผงให้เป็นเม็ด จึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังกล่าวแล้ว หาจำต้องใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการผลิตดังที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดฐานนี้ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว จึงไม่อาจกำหนดโทษให้เบาลงอีกได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001086.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544