คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6805 -ที่ 6807/2544 ฉบับเต็ม

#69446
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6805 - 6807/2544 นายสมศักดิ์ พูนเพิ่มพันธ์ ที่ 1 กับพวก โจทก์ บริษัทโรงงานกระดาษหน่ำเฮี้ยง จำกัด จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37, มาตรา 40 วรรคสอง, มาตรา 41 ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ทั้งสามไว้พิจารณาโดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 37 แล้ว เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มาและศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามมาตรา 40 วรรคสอง จำเลยขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว จึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๓ โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยโจทก์ทั้งสามไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๗๑๗ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๘๖๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๑ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๖๗๕ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๔๐๒ บาท และค่าชดเชย ๑๔,๕๘๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๓ ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ โจทก์ทั้งสามมาศาล ส่วนจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ทำการไต่สวนและอนุญาตให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิพากษาคดีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุว่าไม่ได้จงใจขาดนัดในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ เกินกำหนด ๗ วัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ (ที่ถูกมาตรา ๔๑) มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณา คดีใหม่ของจำเลย จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยโดยไม่ไต่สวนก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ทั้งสามไว้พิจารณาโดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว เพียงแต่อ้างว่าพนักงานของจำเลยนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปเก็บลืมไว้เท่านั้น จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๗ แล้ว เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มา และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ วรรคสอง จำเลยขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวจึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ต้องดำเนินการภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว กรณีจึงต้องยกคำร้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (หัสดี ไกรทองสุก-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69446
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062236"
    }
}
date
2544
deka_no
6807/2544
deka_running_no
6807
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "หัสดี ไกรทองสุก",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 37",
            "ม. 40 วรรคสอง",
            "ม. 41"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ พูนเพิ่มพันธ์ ที่ 1 กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโรงงานกระดาษหน่ำเฮี้ยง จำกัด"
    }
]
long_text
คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๓

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยโจทก์ทั้งสามไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๗๑๗ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๘๖๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๑ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๖๗๕ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๔๐๒ บาท และค่าชดเชย ๑๔,๕๘๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๓

ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ โจทก์ทั้งสามมาศาล ส่วนจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง

วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ทำการไต่สวนและอนุญาตให้พิจารณาคดีนี้ใหม่

โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิพากษาคดีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุว่าไม่ได้จงใจขาดนัดในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ เกินกำหนด ๗ วัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ (ที่ถูกมาตรา ๔๑) มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณา คดีใหม่ของจำเลย

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยโดยไม่ไต่สวนก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ทั้งสามไว้พิจารณาโดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว เพียงแต่อ้างว่าพนักงานของจำเลยนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปเก็บลืมไว้เท่านั้น จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๗ แล้ว เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มา และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ วรรคสอง จำเลยขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวจึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ต้องดำเนินการภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว กรณีจึงต้องยกคำร้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001093.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6805 -
year
2544