คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5776/2544 ฉบับเต็ม

#69447
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5776/2544 บริษัทยานยนต์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นางสาวถนอม กลางน้ำประดิษฐ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 27, มาตรา 229, มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 บัญญัติบังคับไว้ว่าผู้ฎีกาต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกานั้นด้วย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยื่นฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นค่าทนายความที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยชั้นอุทธรณ์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกาย่อมเป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ได้ทันที การวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายหลังที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์แล้ว ย่อมไม่มีผลทำให้ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายอันควรรับไว้พิจารณา ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 บัญญัติไว้โดยแจ้งชัดว่าโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดอันเป็นการบังคับ โดยไม่มีบทกฎหมายบัญญัติเปิดช่องไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อให้พิจารณาถึงการไม่มีเจตนาหรือจงใจของผู้ฎีกาเจ้าหน้าที่ศาลคงมีหน้าที่ตรวจสอบเฉพาะในเรื่องค่าขึ้นศาลว่าโจทก์ผู้ฎีกาชำระถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากชำระไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่ศาลดังกล่าวมีหน้าที่เรียกให้โจทก์ผู้ฎีกาชำระให้ครบถ้วน แต่ค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาวางศาลเพื่อชำระแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ย่อมล่วงรู้และอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องดำเนินการเองโจทก์จึงไม่อาจกล่าวอ้างถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ศาลมาเป็นเหตุแก้ตัวในความผิดพลาดบกพร่องของตนได้ กรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกา ไม่ใช่เรื่องการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดระยะเวลาให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมเสียก่อนและสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์จึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 1 คัน ไปจากโจทก์ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ และโจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่โจทก์จะต้องใช้แทนจำเลยทั้งสอง 5,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ส่วนค่าทนายความใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ที่โจทก์นำมาวางจำนวน 5,000 บาท นั้น ให้โจทก์รับคืนไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่โจทก์ยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้วนั้น กรณีตามฎีกาของโจทก์มีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 บัญญัติบังคับไว้ว่า ผู้ฎีกาต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกานั้นด้วย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยื่นฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นค่าทนายความที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกาย่อมเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ได้ทันที แม้ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2542 เมื่อพ้นกำหนดในการยื่นฎีกาแล้ว โจทก์จะได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์พร้อมกับนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นค่าทนายความที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลก็ตาม แต่การวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวนั้น เป็นเวลาภายหลังที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้ว ย่อมไม่มีผลทำให้ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายอันควรรับไว้พิจารณา ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า ไม่ได้วางค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองพร้อมกับฎีกาเพราะไม่มีเจตนาหรือจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ดี หรืออ้างว่าเจ้าหน้าที่ศาลคิดค่าฤชาธรรมเนียมแล้วแจ้งว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วก็ดี หาเป็นเหตุโดยชอบที่จะสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาไม่ เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 ดังกล่าวบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดว่าโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดอันเป็นการบังคับดังกล่าว โดยไม่มีบทกฎหมายบัญญัติเปิดช่องไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อให้พิจารณาถึงการไม่มีเจตนาหรือจงใจของผู้ฎีกาแต่อย่างใดไม่ ทั้งการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ศาลตรวจสอบค่าฤชาธรรมเนียมว่าครบถ้วนแล้วก็ไม่อาจรับฟังได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของโจทก์ผู้ฎีกาที่ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น เจ้าหน้าที่ศาลคงมีหน้าที่ตรวจสอบเฉพาะในเรื่องค่าขึ้นศาลว่าโจทก์ผู้ฎีกาชำระถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากชำระไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่ศาลดังกล่าวมีหน้าที่เรียกให้โจทก์ผู้ฎีกาชำระให้ครบถ้วน แต่ค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาวางศาลเพื่อชำระแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ย่อมล่วงรู้และอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องดำเนินการเอง โจทก์จึงไม่อาจกล่าวอ้างถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ศาลมาเป็นเหตุแก้ตัวในความผิดพลาดบกพร่องของตนได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอาจใช้ดุลพินิจและมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขโดยกำหนดระยะเวลาให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมก่อนสั่งไม่รับฎีกาจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมนั้น เห็นว่า กรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกา ไม่ใช่เรื่องมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดระยะเวลาให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมเสียก่อนและสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-วิเทพ ศิริพากย์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่ง - นายสญชัย กีรติกฤติยานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69447
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสญชัย กีรติกฤติยานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุนทร นาเนกรังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063597"
    }
}
date
2544
deka_no
5776/2544
deka_running_no
5776
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 27",
            "ม. 229",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทยานยนต์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวถนอม กลางน้ำประดิษฐ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 1 คัน ไปจากโจทก์ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ และโจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่โจทก์จะต้องใช้แทนจำเลยทั้งสอง 5,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ส่วนค่าทนายความใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ที่โจทก์นำมาวางจำนวน 5,000 บาท นั้น ให้โจทก์รับคืนไป

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่โจทก์ยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้วนั้น กรณีตามฎีกาของโจทก์มีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 บัญญัติบังคับไว้ว่า ผู้ฎีกาต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกานั้นด้วย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยื่นฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นค่าทนายความที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกาย่อมเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ได้ทันที แม้ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2542 เมื่อพ้นกำหนดในการยื่นฎีกาแล้ว โจทก์จะได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์พร้อมกับนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งเป็นค่าทนายความที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองชั้นอุทธรณ์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลก็ตาม แต่การวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวนั้น เป็นเวลาภายหลังที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์แล้ว ย่อมไม่มีผลทำให้ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายอันควรรับไว้พิจารณา ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า ไม่ได้วางค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนจำเลยทั้งสองพร้อมกับฎีกาเพราะไม่มีเจตนาหรือจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ดี หรืออ้างว่าเจ้าหน้าที่ศาลคิดค่าฤชาธรรมเนียมแล้วแจ้งว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วก็ดี หาเป็นเหตุโดยชอบที่จะสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาไม่ เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 229 ดังกล่าวบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดว่าโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดอันเป็นการบังคับดังกล่าว โดยไม่มีบทกฎหมายบัญญัติเปิดช่องไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อให้พิจารณาถึงการไม่มีเจตนาหรือจงใจของผู้ฎีกาแต่อย่างใดไม่ ทั้งการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ศาลตรวจสอบค่าฤชาธรรมเนียมว่าครบถ้วนแล้วก็ไม่อาจรับฟังได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของโจทก์ผู้ฎีกาที่ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น เจ้าหน้าที่ศาลคงมีหน้าที่ตรวจสอบเฉพาะในเรื่องค่าขึ้นศาลว่าโจทก์ผู้ฎีกาชำระถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากชำระไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่ศาลดังกล่าวมีหน้าที่เรียกให้โจทก์ผู้ฎีกาชำระให้ครบถ้วน แต่ค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาวางศาลเพื่อชำระแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ย่อมล่วงรู้และอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ผู้ฎีกาจะต้องดำเนินการเอง โจทก์จึงไม่อาจกล่าวอ้างถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ศาลมาเป็นเหตุแก้ตัวในความผิดพลาดบกพร่องของตนได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอาจใช้ดุลพินิจและมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขโดยกำหนดระยะเวลาให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมก่อนสั่งไม่รับฎีกาจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมนั้น เห็นว่า กรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมกับฎีกา ไม่ใช่เรื่องมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดระยะเวลาให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมเสียก่อนและสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001105.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544