คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5781/2544 ฉบับเต็ม

#69448
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5781/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายกิตติศักดิ์ อินทรวิเศษ จำเลย ป.อ. มาตรา 335 วรรคแรก จำเลยนำดินเข้าไปถมและปรับระดับพื้นที่ในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุโดยสมัครใจ เพราะเชื่อว่าตนจะได้รับโอนสิทธิในที่ดินราชพัสดุดังกล่าว แม้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุจะได้ดินนั้นมาในฐานลาภมิควรได้ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังไม่มีการโอนสิทธิการเช่าที่ดินกัน จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะนำดินที่ถมไว้ในที่ดินราชพัสดุคืนไป พฤติการณ์ที่จำเลยได้ให้พวกของจำเลยขุดเอาดินในที่ดินราชพัสดุไปเกินกว่าดินที่จำเลยนำมาถมไว้ โดยไม่รับฟังข้อทักท้วงห้ามปรามของผู้มีสิทธิในที่ดินเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง จึงเป็นการขุดเอาดินของผู้เสียหายไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกับพวกลักทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๖๓,๕๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ (๗) วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๖๓,๕๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยเบิกความว่า จำเลยซื้อที่ดินที่ติดกับที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุจากนายลี อาจต้น บิดาของนายสุวรรณ อาจต้น เพื่อนำมาพัฒนาและจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไป และนายลีได้ทำสัญญาโอนสิทธิในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุให้แก่จำเลยด้วย จำเลยจึงได้นำดินไปกองในบริเวณที่ดินที่เกิดเหตุเตรียมปรับที่ดินเพื่อปลูกบ้านจัดสรรขาย ต่อมาเมื่อทราบว่านายสุวรรณเป็นผู้ทำสัญญาเช่าที่ดินที่เกิดเหตุจากราชพัสดุจังหวัดปราจีนบุรี จึงไปติดต่อกับนายสุวรรณเพื่อซื้อสิทธิการเช่าดังกล่าว ตกลงกันได้แล้ว แต่ราชพัสดุจังหวัดปราจีนบุรีไม่ดำเนินการให้ จำเลยจึงให้ลูกจ้างของจำเลยขุดดินที่นำไปกองไว้ในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุออกไปโดยมิได้ขุดเอาดินออกจากพื้นดินที่เกิดเหตุออกไป โดยมีภรรยาจำเลยและผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มาเบิกความสนับสนุน เห็นว่า สัญญาต่อท้ายสัญญาขายฝากที่จำเลยอ้างเป็นสัญญาที่นายลีทำกับบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีชื่อจำเลยเป็นคู่สัญญา จำเลยเพียงนำดินเข้าไปกองไว้ในที่ดินที่เกิดเหตุ และการขนดินออกก็เพียงขนเอาดินที่กองออกไปเท่านั้น ดินที่จำเลยนำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุ จำเลยมิได้นำไปกองไว้เฉย ๆ แต่เป็นการเข้าไปถมและปรับระดับพื้นที่ในที่ดินดังกล่าว การกระทำของจำเลยถือเป็นการกระทำโดยสมัครใจเพราะเชื่อว่าตนจะได้รับโอนสิทธิในที่ดินราชพัสดุดังกล่าว ดังนั้น แม้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุจะได้ดินนั้นมาในฐานลาภมิควรได้ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังไม่มีการโอนสิทธิการเช่ากัน จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะนำดินที่ถมไว้ในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุคืนไป พฤติการณ์ที่จำเลยได้ให้พวกของจำเลยขุดเอาดินในที่ดินราชพัสดุไปเกินกว่าดินที่จำเลยนำมาถมไว้ โดยไม่รับฟังข้อทักท้วงห้ามปรามของผู้มีสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง จึงเป็นการขุดเอาดินของผู้เสียหายไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกับพวกลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๗) วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๗) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินเป็นเงิน ๖๓,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย. (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69448
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี",
        "judge": "นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางช่อฟ้า เกิดศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063595"
    }
}
date
2544
deka_no
5781/2544
deka_running_no
5781
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิตติศักดิ์ อินทรวิเศษ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๖๓,๕๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ (๗) วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๖๓,๕๒๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยเบิกความว่า จำเลยซื้อที่ดินที่ติดกับที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุจากนายลี อาจต้น บิดาของนายสุวรรณ อาจต้น เพื่อนำมาพัฒนาและจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไป และนายลีได้ทำสัญญาโอนสิทธิในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุให้แก่จำเลยด้วย จำเลยจึงได้นำดินไปกองในบริเวณที่ดินที่เกิดเหตุเตรียมปรับที่ดินเพื่อปลูกบ้านจัดสรรขาย ต่อมาเมื่อทราบว่านายสุวรรณเป็นผู้ทำสัญญาเช่าที่ดินที่เกิดเหตุจากราชพัสดุจังหวัดปราจีนบุรี จึงไปติดต่อกับนายสุวรรณเพื่อซื้อสิทธิการเช่าดังกล่าว ตกลงกันได้แล้ว แต่ราชพัสดุจังหวัดปราจีนบุรีไม่ดำเนินการให้ จำเลยจึงให้ลูกจ้างของจำเลยขุดดินที่นำไปกองไว้ในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุออกไปโดยมิได้ขุดเอาดินออกจากพื้นดินที่เกิดเหตุออกไป โดยมีภรรยาจำเลยและผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มาเบิกความสนับสนุน เห็นว่า สัญญาต่อท้ายสัญญาขายฝากที่จำเลยอ้างเป็นสัญญาที่นายลีทำกับบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีชื่อจำเลยเป็นคู่สัญญา จำเลยเพียงนำดินเข้าไปกองไว้ในที่ดินที่เกิดเหตุ และการขนดินออกก็เพียงขนเอาดินที่กองออกไปเท่านั้น ดินที่จำเลยนำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุ จำเลยมิได้นำไปกองไว้เฉย ๆ แต่เป็นการเข้าไปถมและปรับระดับพื้นที่ในที่ดินดังกล่าว การกระทำของจำเลยถือเป็นการกระทำโดยสมัครใจเพราะเชื่อว่าตนจะได้รับโอนสิทธิในที่ดินราชพัสดุดังกล่าว ดังนั้น แม้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุจะได้ดินนั้นมาในฐานลาภมิควรได้ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังไม่มีการโอนสิทธิการเช่ากัน จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะนำดินที่ถมไว้ในที่ดินราชพัสดุที่เกิดเหตุคืนไป พฤติการณ์ที่จำเลยได้ให้พวกของจำเลยขุดเอาดินในที่ดินราชพัสดุไปเกินกว่าดินที่จำเลยนำมาถมไว้ โดยไม่รับฟังข้อทักท้วงห้ามปรามของผู้มีสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง จึงเป็นการขุดเอาดินของผู้เสียหายไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกับพวกลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๗) วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๗) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินเป็นเงิน ๖๓,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001105.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544