คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2544 ฉบับเต็ม

#69456
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2544 นางพรพรรณ จิตต์ประเสริฐ โจทก์ นางนฤมล ปัญญาหลักหรือซิมงาม จำเลย พวงเพ็ญ จามาศ จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 1349, มาตรา 1336 ป.วิ.พ. มาตรา 142, มาตรา ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่า ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท เมื่อที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาทยังคงเป็นของจำเลยและจำเลยร่วม ทั้งโจทก์มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ตามคำขอท้ายฟ้อง โจทก์ขอให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางกว้าง 3 เมตร จากที่ดินของจำเลยร่วมไปถึงถนนสาธารณะ อันไม่ตรงตามคำขอและอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับคดี ศาลฎีกาจึงระบุให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางจำเป็นให้ชัดแจ้งและไม่เกินกว่าที่โจทก์ขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 5,000 บาท แทนโจทก์ แต่คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ กฎหมายกำหนดค่าทนายความขั้นสูงในศาลชั้นต้นไว้ 3,000 บาท แม้ศาลชั้นต้นจะสามารถกำหนดให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความได้ถึง 6,000 บาท เพราะจำเลยร่วมฟ้องแย้งก็ตาม แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นเสียใหม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามและเสาปูนที่จำเลยสร้างปิดกั้นไว้ และให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์ใช้ทางได้อย่างสภาพเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน จำเลยให้การว่าทางพิพาทไม่เป็นทางจำเป็น อย่างไรก็ตามหากโจทก์ประสงค์จะใช้ที่ดินของจำเลยเป็นทางออกสู่ทางถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งก็ควรใช้ที่ดินชิดแนวเขตด้านทิศตะวันออกหรือด้านทิศตะวันตก ไม่ใช่ขอผ่านเข้าไปกลาง ที่ดินทั้งแปลง ทั้งโจทก์จะต้องจ่ายค่าใช้ที่ดินตามราคาท้องตลาด ตารางวาละ ๓,๐๐๐ บาท ปัจจุบันจำเลยได้ขายที่ดินของจำเลยให้แก่นางพวงเพ็ญ จามาศ แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นางพวงเพ็ญ จามาศ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมเนื่องจากเป็นผู้ซื้อที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ จากจำเลย โดยขอถือเอาคำให้การจำเลยเป็นคำให้การจำเลยร่วมด้วยและฟ้องแย้งว่า หากศาลพิพากษาให้ใช้ที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นทางจำเป็น ขอให้โจทก์ชำระเงินเป็นค่าใช้ทางคิดเป็นเนื้อที่ ๑๕ ตารางวา เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท แก่จำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า ที่จำเลยร่วมเรียกค่าใช้ทางเป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท นั้นสูงเกินไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางพิพาทกว้าง ๓ เมตร ยาวจากที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้จำเลยร่วมจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ต่อปี ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดกั้น สามารถออกสู่ทางสาธารณะประโยชน์ได้โดยทางพิพาทเพียงทางเดียว ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น จำเลยและจำเลยร่วมไม่มีสิทธิที่จะปิดกั้น สำหรับฎีกาอื่นของจำเลยและจำเลยร่วมล้วนไม่เป็นสาระที่จะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่า ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาทนั้น แม้ว่าทางพิพาทจะเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ก็ตาม แต่ที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาทยังคงเป็นของจำเลยและจำเลยร่วม ทั้งโจทก์ มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ นอกจากนั้นตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางกว้าง ๓ เมตร จากที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันไม่ตรงตามคำขอและอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับคดีได้ ศาลฎีกาจึงระบุให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางจำเป็นเสียให้ชัดแจ้งและไม่เกินกว่าที่โจทก์ขอมาได้ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์กฎหมายกำหนดค่าทนายความขั้นสูงในศาลชั้นต้นไว้ ๓,๐๐๐ บาท แม้ศาลชั้นต้นจะสามารถกำหนดให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความได้ถึง ๖,๐๐๐ บาท เพราะจำเลยร่วมฟ้องแย้งก็ตาม แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นเสียใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทมีความกว้าง ๓ เมตร มีความยาวตลอดแนวจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยและจำเลยร่วมไปจนถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาท เอกสารหมาย จ.๑ และแผนที่เดินเผชิญสืบในสำนวนตกเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปจากทางพิพาท ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ (สุรพล เจียมจูไร-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-ประชา ประสงค์จรรยา) ศาลจังหวัดลพบุรี - นางสาวสุมาลี เตชะจันตะ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายทวี เนียมประดิษฐ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69456
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นางสาวสุมาลี เตชะจันตะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายทวี เนียมประดิษฐ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062810"
    }
}
date
2544
deka_no
6380/2544
deka_running_no
6380
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1349",
            "ม. 1336"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142",
            "ม. ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ."
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางพรพรรณ จิตต์ประเสริฐ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนฤมล ปัญญาหลักหรือซิมงาม"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "พวงเพ็ญ จามาศ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามและเสาปูนที่จำเลยสร้างปิดกั้นไว้ และให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์ใช้ทางได้อย่างสภาพเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน

จำเลยให้การว่าทางพิพาทไม่เป็นทางจำเป็น อย่างไรก็ตามหากโจทก์ประสงค์จะใช้ที่ดินของจำเลยเป็นทางออกสู่ทางถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งก็ควรใช้ที่ดินชิดแนวเขตด้านทิศตะวันออกหรือด้านทิศตะวันตก ไม่ใช่ขอผ่านเข้าไปกลาง ที่ดินทั้งแปลง ทั้งโจทก์จะต้องจ่ายค่าใช้ที่ดินตามราคาท้องตลาด ตารางวาละ ๓,๐๐๐ บาท ปัจจุบันจำเลยได้ขายที่ดินของจำเลยให้แก่นางพวงเพ็ญ จามาศ แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นางพวงเพ็ญ จามาศ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมเนื่องจากเป็นผู้ซื้อที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ จากจำเลย โดยขอถือเอาคำให้การจำเลยเป็นคำให้การจำเลยร่วมด้วยและฟ้องแย้งว่า หากศาลพิพากษาให้ใช้ที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นทางจำเป็น ขอให้โจทก์ชำระเงินเป็นค่าใช้ทางคิดเป็นเนื้อที่ ๑๕ ตารางวา เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท แก่จำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า ที่จำเลยร่วมเรียกค่าใช้ทางเป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท นั้นสูงเกินไป

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางพิพาทกว้าง ๓ เมตร ยาวจากที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้จำเลยร่วมจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ต่อปี ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดกั้น สามารถออกสู่ทางสาธารณะประโยชน์ได้โดยทางพิพาทเพียงทางเดียว ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น จำเลยและจำเลยร่วมไม่มีสิทธิที่จะปิดกั้น สำหรับฎีกาอื่นของจำเลยและจำเลยร่วมล้วนไม่เป็นสาระที่จะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้

อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่า ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาทนั้น แม้ว่าทางพิพาทจะเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ก็ตาม แต่ที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาทยังคงเป็นของจำเลยและจำเลยร่วม ทั้งโจทก์ มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ นอกจากนั้นตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางกว้าง ๓ เมตร จากที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๒ ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันไม่ตรงตามคำขอและอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับคดีได้ ศาลฎีกาจึงระบุให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางจำเป็นเสียให้ชัดแจ้งและไม่เกินกว่าที่โจทก์ขอมาได้ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๕,๐๐๐ บาท แทนโจทก์นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์กฎหมายกำหนดค่าทนายความขั้นสูงในศาลชั้นต้นไว้ ๓,๐๐๐ บาท แม้ศาลชั้นต้นจะสามารถกำหนดให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความได้ถึง ๖,๐๐๐ บาท เพราะจำเลยร่วมฟ้องแย้งก็ตาม แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นเสียใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทมีความกว้าง ๓ เมตร มีความยาวตลอดแนวจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยและจำเลยร่วมไปจนถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาท เอกสารหมาย จ.๑ และแผนที่เดินเผชิญสืบในสำนวนตกเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปจากทางพิพาท ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001098.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544