คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2544 ฉบับเต็ม

#69459
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นางนภาพร คำทะเนตร โจทก์ร่วม นางวิภา จันทะลือ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 2 (14), มาตรา 28 (2), มาตรา 30, มาตรา 216 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะในข้อหาที่โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย ข้อหาตาม ป.อ. มาตรา 371 และความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ โจทก์ร่วมก็ไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าวนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ น่าจะหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะในข้อหาบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ เท่านั้น เพราะโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในข้อหานี้ ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าวนี้ สำหรับข้อหาบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ นั้น แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จะพิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยอันเป็นการแก้ไขมาก แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๒ ปี และปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ดังนี้ ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกอันเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ในการลงโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม. (ไพศาล เจริญวุฒิ-วิชัย วิสิทธวงศ์-จรูญวิทย์ ทองสอน) ศาลจังหวัดสกลนคร - นายยอดชาย ชอบทางศิลป์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเมทินี ชโลธร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69459
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสกลนคร",
        "judge": "นายยอดชาย ชอบทางศิลป์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นางเมทินี ชโลธร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062339"
    }
}
date
2544
deka_no
6744/2544
deka_running_no
6744
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 2 (14)",
            "ม. 28 (2)",
            "ม. 30",
            "ม. 216"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางนภาพร คำทะเนตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิภา จันทะลือ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ น่าจะหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะในข้อหาบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ เท่านั้น เพราะโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในข้อหานี้ ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าวนี้ สำหรับข้อหาบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ นั้น แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จะพิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยอันเป็นการแก้ไขมาก แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๒ ปี และปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ดังนี้ ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกอันเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ในการลงโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001094.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544