คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5378/2544 ฉบับเต็ม

#69464
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5378/2544 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายเชาว์ ภู่เจริญยศ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 278, มาตรา 284, มาตรา 289, มาตรา 296, มาตรา 306, มาตรา 309, มาตรา 318, มาตรา 319, มาตรา 320, มาตรา 321, มาตรา 322 โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินของจำเลยได้จากการขายทอดตลาด และโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทั้งเป็นเจ้าหนี้จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ด้วย การที่โจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทน หมายถึงการที่โจทก์มีหน้าที่ต้องวางเงินชำระ ราคาค่าซื้อที่ดินในฐานะผู้ซื้อ และโจทก์มีสิทธิรับเงินจากการขายทอดตลาดที่โจทก์นำมาวางชำระค่าที่ดินในฐานะ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทนราคาที่ต้องชำระ และศาลอนุญาต โจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าที่ดินที่ต้องชำระมาวางและโจทก์ก็ไม่ต้องรับเงินจากการขายทอดตลาดไป แต่ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ซื้อและได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้รับเงินไปแล้วนับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์หักส่วนได้ใช้แทน แม้จำเลยจะร้องคัดค้านการขายทอดตลาด โจทก์ก็ไม่ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงคิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินดังกล่าวหลังจากวันที่โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้วไม่ได้ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินก็เพื่อจะได้แบ่งเงินให้เจ้าหนี้แต่ละคน ได้รับตามส่วนโดยถูกต้อง บทบัญญัติในมาตรา 318 ถึง 322 แห่ง ป.วิ.พ. เป็นแต่เพียงวิธีการที่กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการในการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้เท่านั้น ซึ่งเมื่อจ่ายเงินไปครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว ก็ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลง โจทก์นำยึดที่ดินของจำเลยเพิ่ม เนื่องจากบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ของเจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณ ไม่ถูกต้อง ส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ได้จ่ายให้โจทก์รับไปตามหนี้จำนองที่โจทก์มีอยู่เหนือที่ดินที่ขายทอดตลาดดังกล่าวครบถ้วนตามหนี้จำนองและเงินส่วนที่เหลือได้คืนให้จำเลย รับไปแล้ว เมื่อกรณียังไม่เป็นการแน่ชัดว่า เมื่อขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว ยังมีหนี้เหลือ ที่โจทก์จะได้รับชำระอีกหรือไม่ เพียงใด ศาลฎีกาเห็นควรให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ทั้งหมดและคำนวณดอกเบี้ยใหม่ให้ถูกต้อง หากปรากฏว่ามีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้รับชำระอีกก็ให้โจทก์บังคับคดีจากที่ดินของจำเลยที่ยึดไว้เท่าที่พอจะชำระหนี้ต่อไป แต่ถ้าการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยพอชำระหนี้โจทก์พร้อม ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีแล้ว ก็ให้จ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยตามสิทธิของแต่ละฝ่าย และเพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่โจทก์นำยึดเพิ่มต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง ออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๔ และ ๑๑๕ ได้ก่อนในราคา ๙,๖๕๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อได้และขอใช้สิทธิหักส่วนได้ใช้แทน ต่อมาวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๓ ขายทอดตลาดที่ดินอีก ๑๑ แปลง ที่เหลือได้ในราคา ๑๓,๘๕๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ซื้อ เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๓๙ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๔๘๗ ถึง ๒๐๔๘๙ แขวงมีนบุรี (แสนแสบ) เขตมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๒ และวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๒๑๙ ถึง ๒๕๒๒๑ แขวงมีนบุรี (แสนแสบ) เขตมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๓ เพื่อขายทอดตลาด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องและจำเลยที่ ๓ แก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินจำนวน ๑,๐๘๐,๐๕๕.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๓ เป็นต้นไปจนกว่าจะ คืนเงินให้แก่จำเลยที่ ๓ ครบถ้วน โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดพิพาทเมื่อใด และจะคิดดอกเบี้ยจากเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ดังกล่าวได้ถึงวันใด เห็นว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ของจำเลยที่ ๓ คือที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด และโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทั้งเป็นเจ้าหนี้จำนองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวอยู่ด้วย โจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทน ศาลชั้นต้นอนุญาต การที่โจทก์หักส่วนได้ใช้แทน หมายถึงการที่โจทก์มีหน้าที่ต้องวางเงินชำระราคาค่าซื้อที่ดินในฐานะผู้ซื้อ และโจทก์มีสิทธิรับเงินจากการขายทอดตลาดที่โจทก์นำมาหักชำระค่าที่ดินในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทนราคาที่ต้องชำระ และศาลอนุญาตโจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าที่ดินที่ต้องชำระมาวางและโจทก์ก็ไม่ต้องรับเงินจากการขายทอดตลาดไปแต่ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ซื้อและได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้รับเงินไปแล้วนับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์หักส่วนได้ใช้แทน แม้จำเลยที่ ๓ จะร้องคัดค้านการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โจทก์ก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เพราะโจทก์ไม่ต้องวางเงินชำระค่าซื้อที่ดินและเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ต้องจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดให้โจทก์อีก ดังนั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์หักส่วนได้ใช้แทนก็ต้องถือว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ในวันที่ศาลสั่งอนุญาต คือวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ แล้ว และเมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จำนวนที่หักส่วนได้ใช้แทนในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ จึงคิดดอกเบี้ยในเงินจำนวนดังกล่าวหลังจากวันที่โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้วไม่ได้ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ก็เพื่อจะได้แบ่งเงินให้เจ้าหนี้แต่ละคน ได้รับตามส่วนโดยถูกต้อง บทบัญญัติในมาตรา ๓๑๘ ถึง ๓๒๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นเป็นแต่เพียงวิธีการที่กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการในการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้เท่านั้น ซึ่งเมือจ่ายเงินไปครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวก็ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดไปจนกว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงเสมอไปดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ อีก ๑๑ แปลง นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ได้จ่ายให้โจทก์รับไปตามหนี้จำนองที่โจทก์มีอยู่เหนือที่ดินทั้ง ๑๑ แปลง ดังกล่าวครบถ้วนตามหนี้จำนองตามบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๑ และเงินส่วนที่เหลือได้คืนให้จำเลยที่ ๓ รับไปแล้ว หลังจากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ทำบัญชีแสดง รายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๒ โดยการนำรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๑ มารวมคำนวณด้วย กรณีจึงยังไม่เป็นการแน่ชัดว่า เมื่อขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง ชำระหนี้โจทก์แล้ว ยังมีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้ชำระอีกหรือไม่ เพียงใด หากมีหนี้เหลือโจกท์ก็มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เพิ่มได้ แต่หากเงินที่จ่ายให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ไปแล้วเป็นการจ่ายไม่ถูกต้องอย่างไร ก็จะต้องดำเนินการจ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ให้ถูกต้องต่อไป ดังนั้นเห็นควรให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ทั้งหมดและคำนวณดอกเบี้ยใหม่ให้ถูกต้อง หากปรากฏว่ามีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้รับชำระอีกก็ให้โจทก์บังคับคดีจากที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ยึดไว้เท่าที่พอจะชำระหนี้ต่อไป แต่ถ้าการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง พอชำระหนี้โจทก์พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมในดคีและค่าธรรมเนียมในการบังคับดคีแล้ว ก็ให้จ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ตามสิทธิของแต่ละฝ่ายและเพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทั้ง ๖ แปลงต่อไป ฎีกาจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ทั้งหมดโดยให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่หักส่วนได้ใช้แทนถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ หากปรากฏว่ามีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้รับชำระเพิ่มอีกก็ให้บังคับจากที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ยึดไว้เท่าที่พอชำระหนี้ต่อไป แต่ถ้าการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง พอชำระหนี้โจทก์พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมในคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีรแล้ว ก็ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ตามสิทธิของแต่ละฝ่ายและให้เพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ดินของจำเลยที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ . (ปรีดี รุ่งวิสัย-อัธยา ดิษยบุตร-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลแพ่ง - นายฐนยศ คีรีนารถ ศาลอุทธรณ์ - นายพิศล พิรุณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69464
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายฐนยศ คีรีนารถ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพิศล พิรุณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063947"
    }
}
date
2544
deka_no
5378/2544
deka_running_no
5378
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 278",
            "ม. 284",
            "ม. 289",
            "ม. 296",
            "ม. 306",
            "ม. 309",
            "ม. 318",
            "ม. 319",
            "ม. 320",
            "ม. 321",
            "ม. 322"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเชาว์ ภู่เจริญยศ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง ออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๔ และ ๑๑๕ ได้ก่อนในราคา ๙,๖๕๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อได้และขอใช้สิทธิหักส่วนได้ใช้แทน ต่อมาวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๓ ขายทอดตลาดที่ดินอีก ๑๑ แปลง ที่เหลือได้ในราคา ๑๓,๘๕๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ซื้อ เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๓๙ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๔๘๗ ถึง ๒๐๔๘๙ แขวงมีนบุรี (แสนแสบ) เขตมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๒ และวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๒๑๙ ถึง ๒๕๒๒๑ แขวงมีนบุรี (แสนแสบ) เขตมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๓ เพื่อขายทอดตลาด

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องและจำเลยที่ ๓ แก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินจำนวน ๑,๐๘๐,๐๕๕.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๓ เป็นต้นไปจนกว่าจะ คืนเงินให้แก่จำเลยที่ ๓ ครบถ้วน

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดพิพาทเมื่อใด และจะคิดดอกเบี้ยจากเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ดังกล่าวได้ถึงวันใด เห็นว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ของจำเลยที่ ๓ คือที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด และโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทั้งเป็นเจ้าหนี้จำนองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวอยู่ด้วย โจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทน ศาลชั้นต้นอนุญาต การที่โจทก์หักส่วนได้ใช้แทน หมายถึงการที่โจทก์มีหน้าที่ต้องวางเงินชำระราคาค่าซื้อที่ดินในฐานะผู้ซื้อ และโจทก์มีสิทธิรับเงินจากการขายทอดตลาดที่โจทก์นำมาหักชำระค่าที่ดินในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ขอหักส่วนได้ใช้แทนราคาที่ต้องชำระ และศาลอนุญาตโจทก์จึงไม่ต้องนำเงินค่าที่ดินที่ต้องชำระมาวางและโจทก์ก็ไม่ต้องรับเงินจากการขายทอดตลาดไปแต่ถือว่าโจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ซื้อและได้ใช้สิทธิในฐานะเจ้าหนี้รับเงินไปแล้วนับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์หักส่วนได้ใช้แทน แม้จำเลยที่ ๓ จะร้องคัดค้านการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท โจทก์ก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เพราะโจทก์ไม่ต้องวางเงินชำระค่าซื้อที่ดินและเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ต้องจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดให้โจทก์อีก ดังนั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์หักส่วนได้ใช้แทนก็ต้องถือว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ในวันที่ศาลสั่งอนุญาต คือวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ แล้ว และเมื่อฟังว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จำนวนที่หักส่วนได้ใช้แทนในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ จึงคิดดอกเบี้ยในเงินจำนวนดังกล่าวหลังจากวันที่โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้วไม่ได้

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ก็เพื่อจะได้แบ่งเงินให้เจ้าหนี้แต่ละคน ได้รับตามส่วนโดยถูกต้อง บทบัญญัติในมาตรา ๓๑๘ ถึง ๓๒๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นเป็นแต่เพียงวิธีการที่กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการในการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้เท่านั้น ซึ่งเมือจ่ายเงินไปครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวก็ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดไปจนกว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงเสมอไปดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย

เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ อีก ๑๑ แปลง นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ได้จ่ายให้โจทก์รับไปตามหนี้จำนองที่โจทก์มีอยู่เหนือที่ดินทั้ง ๑๑ แปลง ดังกล่าวครบถ้วนตามหนี้จำนองตามบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๑ และเงินส่วนที่เหลือได้คืนให้จำเลยที่ ๓ รับไปแล้ว หลังจากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ทำบัญชีแสดง รายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๒ โดยการนำรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ ๑ มารวมคำนวณด้วย กรณีจึงยังไม่เป็นการแน่ชัดว่า เมื่อขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง ชำระหนี้โจทก์แล้ว ยังมีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้ชำระอีกหรือไม่ เพียงใด หากมีหนี้เหลือโจกท์ก็มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เพิ่มได้ แต่หากเงินที่จ่ายให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ไปแล้วเป็นการจ่ายไม่ถูกต้องอย่างไร ก็จะต้องดำเนินการจ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ให้ถูกต้องต่อไป ดังนั้นเห็นควรให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ทั้งหมดและคำนวณดอกเบี้ยใหม่ให้ถูกต้อง หากปรากฏว่ามีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้รับชำระอีกก็ให้โจทก์บังคับคดีจากที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ยึดไว้เท่าที่พอจะชำระหนี้ต่อไป แต่ถ้าการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง พอชำระหนี้โจทก์พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมในดคีและค่าธรรมเนียมในการบังคับดคีแล้ว ก็ให้จ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ตามสิทธิของแต่ละฝ่ายและเพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทั้ง ๖ แปลงต่อไป ฎีกาจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ทั้งหมดโดยให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่หักส่วนได้ใช้แทนถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ หากปรากฏว่ามีหนี้เหลือที่โจทก์จะได้รับชำระเพิ่มอีกก็ให้บังคับจากที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ยึดไว้เท่าที่พอชำระหนี้ต่อไป แต่ถ้าการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๓ รวม ๑๓ แปลง พอชำระหนี้โจทก์พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมในคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีรแล้ว ก็ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้โจทก์และจำเลยที่ ๓ ตามสิทธิของแต่ละฝ่ายและให้เพิกถอนการยึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ และที่ดินของจำเลยที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001108.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544