คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2544 ฉบับเต็ม

#69498
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2544 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหพันธ์แมชชีนเนอรี่ โจทก์ นางจำนงค์ อัจจิกุล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 150, มาตรา 572 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ตามสัญญาเช่าซื้อได้รวมค่าเช่ากับราคารถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อเข้าไว้ด้วยกัน การกำหนดราคาค่าเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายห้ามไว้และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน แม้ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าวโจทก์จะกำหนดโดยวิธีหักเงินชำระล่วงหน้าออกไปก่อน แล้วนำส่วนที่เหลือไปคิดดอกเบี้ย คำนวณเป็นดอกเบี้ยเท่าใด บวกเข้ากับเงินที่ค้างชำระ จากนั้นจึงกำหนดเป็นค่างวด ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ของโจทก์โดยชอบ มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และไม่เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากตราโจทก์ที่ประทับใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ตรงกับที่ให้ไว้ต่อสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อให้แล้ว ๑๐ งวด โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินความจริงและโจทก์เรียกดอกเบี้ยได้เพียงอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท และผู้พิพากษาที่ได้ นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ในข้อเท็จจริง คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และเป็นการ ขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๘ โดยจำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า รถพิพาทซื้อขายกันในท้องตลาดราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อเป็นเงิน ๑,๔๒๒,๕๐๐ บาท คิดเป็นดอกเบี้ย ๔๒๒,๕๐๐ บาท เกินกว่า อัตราร้อยละ ๒๔ ต่อปี ขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ตามสัญญาเช่าซื้อนั้นได้รวมค่าเช่ากับราคารถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อเข้าไว้ด้วยกัน การกำหนดราคาค่าเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายห้ามไว้และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แม้ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าวโจทก์จะกำหนดโดยวิธีหักเงินชำระล่วงหน้าออกไปก่อน แล้วนำส่วนที่เหลือไปคิดดอกเบี้ย คำนวณเป็นดอกเบี้ยเท่าใด บวกเข้ากับเงินที่ค้างชำระ จากนั้นจึงกำหนดเป็นค่างวด ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ของโจทก์โดยชอบ มิใช่เป็นเรื่อง ที่โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๕ พิพากษายืน . (ชวลิต ศรีสง่า-วิเทพ ศิริพากย์-สมชาย จุลนิติ์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายทวี เนียมประดิษฐ์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี เทพสิทธา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69498
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายทวี เนียมประดิษฐ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุธี เทพสิทธา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066269"
    }
}
date
2544
deka_no
1698/2544
deka_running_no
1698
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ศรีสง่า",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 150",
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหพันธ์แมชชีนเนอรี่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจำนงค์ อัจจิกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากตราโจทก์ที่ประทับใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ตรงกับที่ให้ไว้ต่อสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อให้แล้ว ๑๐ งวด โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินความจริงและโจทก์เรียกดอกเบี้ยได้เพียงอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท และผู้พิพากษาที่ได้ นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ในข้อเท็จจริง คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และเป็นการ ขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๘ โดยจำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า รถพิพาทซื้อขายกันในท้องตลาดราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อเป็นเงิน ๑,๔๒๒,๕๐๐ บาท คิดเป็นดอกเบี้ย ๔๒๒,๕๐๐ บาท เกินกว่า อัตราร้อยละ ๒๔ ต่อปี ขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ตามสัญญาเช่าซื้อนั้นได้รวมค่าเช่ากับราคารถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อเข้าไว้ด้วยกัน การกำหนดราคาค่าเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายห้ามไว้และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แม้ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าวโจทก์จะกำหนดโดยวิธีหักเงินชำระล่วงหน้าออกไปก่อน แล้วนำส่วนที่เหลือไปคิดดอกเบี้ย คำนวณเป็นดอกเบี้ยเท่าใด บวกเข้ากับเงินที่ค้างชำระ จากนั้นจึงกำหนดเป็นค่างวด ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ของโจทก์โดยชอบ มิใช่เป็นเรื่อง ที่โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๕

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001129.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544