คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6918/2544 ฉบับเต็ม

#69513
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6918/2544 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายสมพงษ์ ภู่ย้อย กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 226, มาตรา 227, มาตรา 232 จ. ประจักษ์พยานโจทก์ยืนยันว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ จ. ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลย แม้ จ. ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นการดำเนินคดีในการกระทำความผิดคนละคราวแยกต่างหากจากคดีนี้ ทั้ง จ. ก็มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับจำเลยในคดีนี้ในลักษณะเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน การเบิกความของ จ. จึงมิใช่เป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหาหรือจำเลยผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ย่อมรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพว่ามีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๓ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองตามที่ยืนยันว่าได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๑ รับสารภาพทั้งในชั้น จับกุมชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่า เป็นผู้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ๖ เม็ด ให้แก่ จ. และขณะจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจยึดเมทแอมเฟตามีน ๓ เม็ด ได้จากจำเลยที่ ๒ ในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยที่ ๒ รับว่ามี เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนร่วมกับจำเลยที่ ๑ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วยหรือไม่ เห็นว่าตามคำเบิกความของ จ. ประจักษ์พยานโจทก์ยืนยันว่า ในวันเวลาเกิดเหตุพยานไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยทั้งสอง โดยพยานส่งเงินให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ ส่งต่อให้จำเลยที่ ๒ จากนั้นจำเลยที่ ๒ จึงล้วงเมทแอมเฟตามีนจากกระเป๋าเสื้อให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ จึงส่งเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว ให้พยาน แม้ จ. ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นการดำเนินคดีในการกระทำความผิดคนละคราวแยกต่างหากจากคดีนี้ ทั้ง จ. ก็มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้ในลักษณะเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน การเบิกความของ จ. จึงมิใช่เป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหาหรือจำเลย ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ย่อมรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ทั้งคำเบิกความของ จ. ยังสอดคล้องกับคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยทั้งสอง อีกทั้งทางนำสืบของโจทก์จึงรับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ จ. แม้จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่ามิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ จ. แต่จำเลยที่ ๒ ก็ยอมรับในชั้นสอบสวนโดยมิได้โต้แย้งว่าเป็นการสอบสวนที่มิชอบว่า เมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการจำหน่ายให้แก่ จ. นั้น จำเลยที่ ๒ เป็นผู้เก็บไว้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วิชา มหาคุณ-พูนศักดิ์ จงกลนี-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายสมศักดิ์ เชื่อมไพบูลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประเสริฐ วิริยะสิทธาวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69513
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นายสมศักดิ์ เชื่อมไพบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายประเสริฐ วิริยะสิทธาวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062021"
    }
}
date
2544
deka_no
6918/2544
deka_running_no
6918
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 226",
            "ม. 227",
            "ม. 232"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมพงษ์ ภู่ย้อย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖

จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพว่ามีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๓ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองตามที่ยืนยันว่าได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๑ รับสารภาพทั้งในชั้น จับกุมชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่า เป็นผู้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ๖ เม็ด ให้แก่ จ. และขณะจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจยึดเมทแอมเฟตามีน ๓ เม็ด ได้จากจำเลยที่ ๒ ในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยที่ ๒ รับว่ามี เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนร่วมกับจำเลยที่ ๑ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วยหรือไม่ เห็นว่าตามคำเบิกความของ จ. ประจักษ์พยานโจทก์ยืนยันว่า ในวันเวลาเกิดเหตุพยานไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยทั้งสอง โดยพยานส่งเงินให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ ส่งต่อให้จำเลยที่ ๒ จากนั้นจำเลยที่ ๒ จึงล้วงเมทแอมเฟตามีนจากกระเป๋าเสื้อให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ จึงส่งเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว ให้พยาน แม้ จ. ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นการดำเนินคดีในการกระทำความผิดคนละคราวแยกต่างหากจากคดีนี้ ทั้ง จ. ก็มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับจำเลยทั้งสองในคดีนี้ในลักษณะเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน การเบิกความของ จ. จึงมิใช่เป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหาหรือจำเลย ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ย่อมรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ทั้งคำเบิกความของ จ. ยังสอดคล้องกับคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยทั้งสอง อีกทั้งทางนำสืบของโจทก์จึงรับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ จ. แม้จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่ามิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ จ. แต่จำเลยที่ ๒ ก็ยอมรับในชั้นสอบสวนโดยมิได้โต้แย้งว่าเป็นการสอบสวนที่มิชอบว่า เมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการจำหน่ายให้แก่ จ. นั้น จำเลยที่ ๒ เป็นผู้เก็บไว้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001091.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544