คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544 ฉบับเต็ม

#69514
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544 นายปรีชา พรประภา โจทก์ บริษัทสยามเทนเนกซ์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2, มาตรา 47 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือนายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชา สามารถออกคำสั่งให้ลูกจ้างทำงานให้เป็นไปตามข้อบังคับการทำงานหรือระเบียบของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืน นายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ โจทก์มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทจำเลยมีหน้าที่บริหารงานและควบคุมดูแลการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามนโยบายของจำเลย โจทก์ไม่ต้องไปนั่งทำงานประจำดังเช่นพนักงานทั่วไป คงไปประชุมเพียงเดือนละ 1 ครั้ง นอกนั้นจะสั่งการทางโทรศัพท์หรือเรียกพนักงานของจำเลยไปพบที่บริษัทที่โจทก์นั่งทำงานอยู่ โจทก์มีอำนาจบังคับบัญชาสูงสุดและไม่อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยแสดงว่าโจทก์ไม่ต้อง ไปทำงานภายใต้บังคับบัญชาของจำเลย โจทก์จึงมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินเดือน ค่าเสียหาย เนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ย จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๒ และข้อ ๔๗ ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ ได้ให้ความหมายของคำว่า "ลูกจ้าง" ว่า หมายความถึงผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือนายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชา สามารถออกคำสั่งให้ลูกจ้างทำงานให้เป็นไปตามข้อบังคับการทำงานหรือระเบียบ ของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืน นายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ คดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่บริหารงานและควบคุมดูแลการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามนโยบายของจำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่ต้องไปนั่งทำงานประจำดังเช่นพนักงานทั่วไป คงไปประชุมเพียงเดือนละ ๑ ครั้ง นอกนั้นจะสั่งการทางโทรศัพท์หรือเรียกพนักงานของจำเลยที่ ๑ ไปพบที่บริษัทสยามกลการ จำกัด ที่โจทก์นั่งทำงานอยู่ โจทก์มีอำนาจบังคับบัญชาสูงสุดและไม่อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยที่ ๑ แสดงว่าโจทก์ไม่ต้องไปทำงานภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑? ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยทั้งสามแล้วพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายสมพงษ์ เหมวิมล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69514
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมพงษ์ เหมวิมล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061910"
    }
}
date
2544
deka_no
7038/2544
deka_running_no
7038
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 583"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน",
        "law_abbr": "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน",
        "sections": [
            "ม. 2",
            "ม. 47"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายปรีชา พรประภา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสยามเทนเนกซ์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินเดือน ค่าเสียหาย เนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ย จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๒ และข้อ ๔๗ ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ ได้ให้ความหมายของคำว่า "ลูกจ้าง" ว่า หมายความถึงผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือนายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชา สามารถออกคำสั่งให้ลูกจ้างทำงานให้เป็นไปตามข้อบังคับการทำงานหรือระเบียบ ของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืน นายจ้างมีสิทธิลงโทษลูกจ้างได้ คดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่บริหารงานและควบคุมดูแลการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามนโยบายของจำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่ต้องไปนั่งทำงานประจำดังเช่นพนักงานทั่วไป คงไปประชุมเพียงเดือนละ ๑ ครั้ง นอกนั้นจะสั่งการทางโทรศัพท์หรือเรียกพนักงานของจำเลยที่ ๑ ไปพบที่บริษัทสยามกลการ จำกัด ที่โจทก์นั่งทำงานอยู่ โจทก์มีอำนาจบังคับบัญชาสูงสุดและไม่อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับในการทำงานของจำเลยที่ ๑ แสดงว่าโจทก์ไม่ต้องไปทำงานภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑? ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยทั้งสามแล้วพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001090.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544