คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7066/2544 ฉบับเต็ม

#69522
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7066/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นางสาวนุศรา บัวบาน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ที่จำเลยอ้างว่า ได้มอบคดีและค่าทนายความให้ อ.ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้แล้ว แต่ อ.มิได้ ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งจำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดี แต่จำเลยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจได้ว่าผลของการคำพิพากษากระทบต่อเสรีภาพของตน จำเลยน่าจะต้องขวนขวายติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของตนแต่กลับมิได้ใส่ใจหรือขวนขวาย ทั้งข้ออ้างว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความ ก็มิใช่เหตุที่ยกขึ้นอ้างได้ และการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดก็เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องของทนายความ มิใช่เหตุสุดวิสัยจึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) วรรคแรก จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ต่อมาวันที่ 11 กรกฎาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 31 สิงหาคม 2543 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เลยกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งนี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในครั้งแรกแล้ว กรณีจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้จึงต้องมีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่เหตุที่จำเลยอ้างว่าได้มอบคดีและค่าทนายความให้นายเอนก ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้แล้ว แต่นายเอนกมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งจำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความนั้น ก็ปรากฏว่าจำเลยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จึงมีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจได้ว่าผลของคำพิพากษากระทบต่อเสรีภาพของตน น่าจะต้องขวนขวายติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของตน แต่กลับมิได้ใส่ใจหรือขวนขวายแต่อย่างใด ทั้งข้ออ้างว่าไม่รู้เท่าถึงการณ์ด้านคดีความก็มิใช่เหตุที่ยกขึ้นอ้างได้ และการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดก็เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องของทนายความ มิใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69522
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางช่อฟ้า เกิดศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061807"
    }
}
date
2544
deka_no
7066/2544
deka_running_no
7066
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวนุศรา บัวบาน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) วรรคแรก จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ต่อมาวันที่ 11 กรกฎาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 31 สิงหาคม 2543 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เลยกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งนี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในครั้งแรกแล้ว กรณีจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้จึงต้องมีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่เหตุที่จำเลยอ้างว่าได้มอบคดีและค่าทนายความให้นายเอนก ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้แล้ว แต่นายเอนกมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งจำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความนั้น ก็ปรากฏว่าจำเลยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จึงมีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจได้ว่าผลของคำพิพากษากระทบต่อเสรีภาพของตน น่าจะต้องขวนขวายติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของตน แต่กลับมิได้ใส่ใจหรือขวนขวายแต่อย่างใด ทั้งข้ออ้างว่าไม่รู้เท่าถึงการณ์ด้านคดีความก็มิใช่เหตุที่ยกขึ้นอ้างได้ และการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดก็เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องของทนายความ มิใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001089.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544