คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7237/2544 ฉบับเต็ม

#69523
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7237/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นางประทุมวัน คลองผล โจทก์ร่วม นายบรรจง มีดินดำ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 68 ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้าย หลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไป ร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดย ป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 68 ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 288, 371 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ระหว่างพิจารณา นางประทุนวัน คลองผล มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 371 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ฐานพาอาวุธไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริง ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท รวมลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เฉพาะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นคนละหนึ่งในสาม โดยเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท ริบมีดและปลอกมีดของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ได้พิเคราะห์คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนที่ให้การว่าเมื่อทราบว่าคนทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นพวกวัยรุ่นบ้านลาด จำเลยที่ 1 จึงบอกว่าไม่ต้องกลัวมัน ลุยมันเลย จำเลยทั้งสองจึงกระโดดข้ามกำแพงวัดเข้าไปเตะและแทงกลุ่มวัยรุ่น ผู้ตายหกล้ม จำเลยที่ 2 จึงเข้าแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 วิ่งเข้าไปฟันผู้ตาย ซึ่งสอดคล้องและเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และโจทก์ร่วม ทำให้พยานโจทก์และโจทก์ร่วมมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้ายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไปร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดยป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. (ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-มงคล คุปต์กาญจนากุล-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลจังหวัดภูเขียว - นายสุรชัย สื่อยรรยงศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69523
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเขียว",
        "judge": "นายสุรชัย สื่อยรรยงศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสถิตย์ ไพเราะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061588"
    }
}
date
2544
deka_no
7237/2544
deka_running_no
7237
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 68"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางประทุมวัน คลองผล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบรรจง มีดินดำ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 288, 371 และริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน

ระหว่างพิจารณา นางประทุนวัน คลองผล มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 371 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ฐานพาอาวุธไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริง ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท รวมลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เฉพาะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นคนละหนึ่งในสาม โดยเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท ริบมีดและปลอกมีดของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ได้พิเคราะห์คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนที่ให้การว่าเมื่อทราบว่าคนทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นพวกวัยรุ่นบ้านลาด จำเลยที่ 1 จึงบอกว่าไม่ต้องกลัวมัน ลุยมันเลย จำเลยทั้งสองจึงกระโดดข้ามกำแพงวัดเข้าไปเตะและแทงกลุ่มวัยรุ่น ผู้ตายหกล้ม จำเลยที่ 2 จึงเข้าแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 วิ่งเข้าไปฟันผู้ตาย ซึ่งสอดคล้องและเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และโจทก์ร่วม ทำให้พยานโจทก์และโจทก์ร่วมมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้ายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไปร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดยป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001087.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544