คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7488/2544 ฉบับเต็ม

#69531
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7488/2544 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นางเสงี่ยม แสงฉาย โจทก์ร่วม ชาติชาย ทิพย์อักษร จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 28 (2), มาตรา 30 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ส. มารดาของผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ก. ผู้ตาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเฉพาะความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตามที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยถือว่าโทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ , ๗๘ , ๑๕๗ , ๑๖๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ , ๒๙๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ๒ เดือน ปรับ ๑๖,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๘,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี คุมความประพฤติไว้ ๒ ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๔ เดือน ต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษ ไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ เท่านั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้โทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษและไม่คุมความประพฤติตามที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยถือว่าโทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถกระบะด้วยความเร็วและแซงรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้าทันทีล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นาง พ. ขับสวนทางมาในทางเดินรถของรถจักรยานยนต์ นาง พ. และเด็กชาย ถ. คนซ้อนท้ายถึงแก่ความตาย ถือว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีไป แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไร้มนุษยธรรมตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ได้ความว่าจำเลยทำบันทึกข้อตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๓๒๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมตามสัญญาโดยจำเลยนำเงินมาวางศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ เพื่อให้โจทก์ร่วมรับไปเป็นเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท จากนั้นก็ไม่ชำระอีก แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไม่ขวนขวายที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วม จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า โทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒. (อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลจังหวัดระยอง - นายพรชัย เอื้อวิริยวงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69531
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายพรชัย เอื้อวิริยวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนพจน์ อารยลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061159"
    }
}
date
2544
deka_no
7488/2544
deka_running_no
7488
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 28 (2)",
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 78"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางเสงี่ยม แสงฉาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ชาติชาย ทิพย์อักษร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ , ๗๘ , ๑๕๗ , ๑๖๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ , ๒๙๑

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ๒ เดือน ปรับ ๑๖,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๘,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี คุมความประพฤติไว้ ๒ ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๔ เดือน ต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษ ไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นาง ส. มารดาของนาง พ. ผู้ตาย และเป็นยายของเด็กชาย ถ. ผู้ตาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ เท่านั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้โทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นไม่ลงโทษปรับ ไม่รอการลงโทษและไม่คุมความประพฤติตามที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยถือว่าโทษของจำเลยในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถกระบะด้วยความเร็วและแซงรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้าทันทีล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นาง พ. ขับสวนทางมาในทางเดินรถของรถจักรยานยนต์ นาง พ. และเด็กชาย ถ. คนซ้อนท้ายถึงแก่ความตาย ถือว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาทเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีไป แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไร้มนุษยธรรมตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ได้ความว่าจำเลยทำบันทึกข้อตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ เป็นเงิน ๓๒๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมตามสัญญาโดยจำเลยนำเงินมาวางศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ เพื่อให้โจทก์ร่วมรับไปเป็นเงินจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท จากนั้นก็ไม่ชำระอีก แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและไม่ขวนขวายที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วม จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า โทษในความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001083.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544