คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7824/2544 ฉบับเต็ม

#69532
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7824/2544 นายหนูกัน ไวยลาภ โจทก์ นางสว่าง ศรีปาน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.ที่ดิน มาตรา 61 โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าการขายฝากที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นโมฆะ เมื่อฟังว่าการขายฝากที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะ ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนเสียมิใช่บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท คืนให้โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าการขายฝากที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ โจทก์ผู้เดียวมีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตาม คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทคืนจำเลย ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมชดใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๕๐๐ บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้โจทก์รับเงินจำนวน ๓๔,๕๐๐ บาท คืนไปจากจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนไถ่การขายฝากที่ดิน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๙๗๑ ตามฟ้องคืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๒๐๐ บาท คำขออื่นของโจทก์และฟ้องแย้งให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปจากที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๙๗๑ ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งมอบหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ดังกล่าวแก่จำเลย และให้จำเลยชำระเงิน ๓๔,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ ๕๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะออกไปจากที่ดิน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเดิมมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทให้จำเลยในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดไถ่คืน ๑ ปี นับแต่วันทำสัญญา หลังจากนั้นโจทก์มิได้ไถ่ที่ดินพิพาทคืนภายในกำหนด แต่ยังคงอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทต่อมา เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๙ โจทก์นำเงิน ๓๔,๕๐๐ บาท ไปชำระให้จำเลย จำเลยับไว้และมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทพร้อมทั้ง ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์และน่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลย ๒๐,๐๐๐ บาท โดยมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยเป็นประกัน มิใช่เรื่องขายฝากที่ดินพิพาทตามข้อต่อสู้ของจำเลย ดังนั้น นิติกรรมการ ขายฝากที่ดินพิพาทจึงเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรมการกู้ยืมเงิน และตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕ วรรคหนึ่ง และเมื่อการขายฝากที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะแล้วก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนเสีย มิใช่บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ดังคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๙๗๑ ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดระหว่างโจทก์กับจำเลยเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องแล้ว ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยกำหนด ค่าทนายความให้รวม ๔,๐๐๐ บาท . (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายมงคล เนียมมูล ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายเอกชัย ชินณพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69532
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด",
        "judge": "นายมงคล เนียมมูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายเอกชัย ชินณพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060836"
    }
}
date
2544
deka_no
7824/2544
deka_running_no
7824
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 61"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายหนูกัน ไวยลาภ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสว่าง ศรีปาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าการขายฝากที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ โจทก์ผู้เดียวมีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตาม คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทคืนจำเลย ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมชดใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๕๐๐ บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมกับให้โจทก์รับเงินจำนวน ๓๔,๕๐๐ บาท คืนไปจากจำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนไถ่การขายฝากที่ดิน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๙๗๑ ตามฟ้องคืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๒๐๐ บาท คำขออื่นของโจทก์และฟ้องแย้งให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปจากที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๙๗๑ ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งมอบหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ดังกล่าวแก่จำเลย และให้จำเลยชำระเงิน ๓๔,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ ๕๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะออกไปจากที่ดิน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท

โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเดิมมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทให้จำเลยในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดไถ่คืน ๑ ปี นับแต่วันทำสัญญา หลังจากนั้นโจทก์มิได้ไถ่ที่ดินพิพาทคืนภายในกำหนด แต่ยังคงอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทต่อมา เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๙ โจทก์นำเงิน ๓๔,๕๐๐ บาท ไปชำระให้จำเลย จำเลยับไว้และมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทพร้อมทั้ง ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์และน่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลย ๒๐,๐๐๐ บาท โดยมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยเป็นประกัน มิใช่เรื่องขายฝากที่ดินพิพาทตามข้อต่อสู้ของจำเลย ดังนั้น นิติกรรมการ ขายฝากที่ดินพิพาทจึงเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรมการกู้ยืมเงิน และตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕ วรรคหนึ่ง และเมื่อการขายฝากที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะแล้วก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนเสีย มิใช่บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ดังคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๙๗๑ ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดระหว่างโจทก์กับจำเลยเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องแล้ว ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยกำหนด ค่าทนายความให้รวม ๔,๐๐๐ บาท .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001080.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544