คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6934/2544 ฉบับเต็ม

#69537
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6934/2544 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสมเกียรติ เทศกระทึก กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 มาตรา 3 (4), มาตรา 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 โจทก์เป็นสถาบันการเงินจึงต้องใช้ พ.ร.บ. ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาใช้บังคับ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวให้สิทธิสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ไม่ให้เกินกว่าอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ หาเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ย- เกินอัตรา พ.ศ. 2475 ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงิน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3714 ตำบลหนองค้างพลู อำเภอหนองแขม กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างและยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ซึ่งประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นเงิน 940,000 บาท และได้รับเงินไปแล้ว 910,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี และในอัตราสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บได้ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นสถาบันการเงินจึงต้องใช้พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาใช้บังคับ บทบัญญัติของกฎหมาย ดังกล่าวให้สิทธิสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ไม่ให้เกินกว่าอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนดดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองร้อยละ 15 ต่อปีได้ หาเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สบโชค สุขารมณ์) ศาลแพ่งธนบุรี - นายธีรพล จันทวงศ์ ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69537
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายธีรพล จันทวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062018"
    }
}
date
2544
deka_no
6934/2544
deka_running_no
6934
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523",
        "sections": [
            "ม. 3 (4)",
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมเกียรติ เทศกระทึก กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงิน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3714 ตำบลหนองค้างพลู อำเภอหนองแขม กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างและยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบถ้วน

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามคำฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ซึ่งประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นเงิน 940,000 บาท และได้รับเงินไปแล้ว 910,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี และในอัตราสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บได้ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นสถาบันการเงินจึงต้องใช้พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาใช้บังคับ บทบัญญัติของกฎหมาย ดังกล่าวให้สิทธิสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ไม่ให้เกินกว่าอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนดดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองร้อยละ 15 ต่อปีได้ หาเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ไม่

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001091.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544