คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2544 ฉบับเต็ม

#69546
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2544 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นายอดุลย์ เอี่ยมละออ จำเลย ป.อ. มาตรา 74 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี ขณะเกิดเหตุเมื่อปี 2539 จำเลยอายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยอายุ 19 ปี ซึ่งตาม ป.อ. มาตรา 74 (5) บัญญัติว่าเด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า จำเลยอายุเกิน 18 ปี แล้ว จึงไม่อาจส่งจำเลยไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไป ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ ตามป.อ. มาตรา 74 วรรคท้าย เป็นให้มารดาจำเลยรับตัวจำเลยไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟังได้ มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ 500 บาทตาม ป.อ. มาตรา 74 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ , ๒๘๙ , ๑๓๘ , ๘๓ , ๘๐ , ๙๑ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๕๗ , ๖๖ , ๙๑ , ๑๐๒ ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๒) ประกอบมาตรา ๘๐ , ๑๓๘ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๔ ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่ให้ส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๓ ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ กระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๓ ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อปี ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๔ ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๙ ปีแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ บัญญัติว่า เด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้? (๕) "ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี" ดังนั้น เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาเองว่า จำเลยที่ ๒ อายุเกิน ๑๘ ปีแล้ว จึงไม่อาจส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ วรรคท้าย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาจำเลยที่ ๒ รับตัวจำเลยที่ ๒ ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ ๒ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟัง มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ ๕๐๐ บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ (๒). (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายโชคชัย หว่างอุ่น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69546
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุทัยธานี",
        "judge": "นายโชคชัย หว่างอุ่น"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสถิตย์ อรรถบลยุคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061154"
    }
}
date
2544
deka_no
7536/2544
deka_running_no
7536
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 74"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอดุลย์ เอี่ยมละออ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ , ๒๘๙ , ๑๓๘ , ๘๓ , ๘๐ , ๙๑ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๕๗ , ๖๖ , ๙๑ , ๑๐๒ ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๒) ประกอบมาตรา ๘๐ , ๑๓๘ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๔ ปี จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ แต่ให้ส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๓ ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ กระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๓ ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อปี ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๔ ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ อายุ ๑๙ ปีแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ บัญญัติว่า เด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้? (๕) "ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี" ดังนั้น เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาเองว่า จำเลยที่ ๒ อายุเกิน ๑๘ ปีแล้ว จึงไม่อาจส่งจำเลยที่ ๒ ไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ วรรคท้าย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาจำเลยที่ ๒ รับตัวจำเลยที่ ๒ ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ ๒ ก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟัง มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ ๕๐๐ บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ (๒).
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001083.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544