คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2544 ฉบับเต็ม

#69556
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 609/2544 นายสมชาย เลิศวัชรสารกุล โจทก์ บริษัทปิ่นเจริญ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 237, มาตรา 1299, มาตรา 1300 จำเลยที่ 1 ยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 สมคบกันโอนที่ดินพิพาทโดยจำเลยที่ 2 รับโอนโดยไม่สุจริตและไม่เสียค่าตอบแทน แม้โจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาท เพียงเข้า ครอบครองก็ตาม แต่ถือว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน โจทก์จึงมีสิทธิเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้อาศัยค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าภาษีในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์มีสิทธิดำเนินการได้เอง โดยถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ส่งมอบโฉนดที่ดิน ขอให้มี คำสั่งออกใบแทนเพื่อให้คำพิพากษาเป็นผล และหากจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงแก่โจทก์เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดให้กระทำได้ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินจำนวน ๑,๑๒๓,๖๐๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๙๑๔,๓๔๓ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเชื่อว่า จำเลยที่ ๑ ยกที่ดินพิพาททั้งสามแปลง ตีใช้หนี้ให้แก่โจทก์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๒ โอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงโดยไม่สุจริต และไม่เสียค่าตอบแทนหรือไม่ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนัก เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ สมคบกันโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงโดยจำเลยที่ ๒ รับโอนโดยไม่สุจริตและไม่เสียค่าตอบแทน แม้โจทก์ยังไม่ได้ จดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลง เพียงเข้าครอบครองก็ตาม แต่ถือว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน โจทก์จึงย่อมมีสิทธิเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับ จำเลยที่ ๒ และให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์กับ จำเลยที่ ๑ ออกค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมคนละครึ่ง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ หากจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่โจทก์เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ (สุมิตร สุภาดุลย์-พิชัย เตโชพิทยากูล-สมชัย เกษชุมพล) ศาลแพ่ง - นายจักรกฤช เจริญเลิศ ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ มีอาสา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69556
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจักรกฤช เจริญเลิศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิบูลย์ มีอาสา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067612"
    }
}
date
2544
deka_no
609/2544
deka_running_no
609
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 237",
            "ม. 1299",
            "ม. 1300"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมชาย เลิศวัชรสารกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทปิ่นเจริญ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้อาศัยค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าภาษีในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์มีสิทธิดำเนินการได้เอง โดยถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ส่งมอบโฉนดที่ดิน ขอให้มี คำสั่งออกใบแทนเพื่อให้คำพิพากษาเป็นผล และหากจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามแปลงแก่โจทก์เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดให้กระทำได้ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินจำนวน ๑,๑๒๓,๖๐๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๙๑๔,๓๔๓ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเชื่อว่า จำเลยที่ ๑ ยกที่ดินพิพาททั้งสามแปลง ตีใช้หนี้ให้แก่โจทก์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๒ โอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงโดยไม่สุจริต และไม่เสียค่าตอบแทนหรือไม่ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนัก เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ สมคบกันโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงโดยจำเลยที่ ๒ รับโอนโดยไม่สุจริตและไม่เสียค่าตอบแทน แม้โจทก์ยังไม่ได้ จดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลง เพียงเข้าครอบครองก็ตาม แต่ถือว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน โจทก์จึงย่อมมีสิทธิเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับ จำเลยที่ ๒ และให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์กับ จำเลยที่ ๑ ออกค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมคนละครึ่ง หากจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ หากจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่โจทก์เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001141.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544