คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6186/2544 ฉบับเต็ม

#69558
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6186/2544 บริษัทโอทิส เอเลเวเทอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทเวฟ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 10 โจทก์อุทธรณ์ทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเรื่องอำนาจฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์มิได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการวินิจฉัยก่อน แต่ตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อที่ว่า โจทก์นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลโดยมิได้ผ่านขบวนการอนุญาโตตุลาการก็เพราะโจทก์พยายามจัดให้มีการเจรจาเพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทแล้ว แต่จำเลยไม่ประสงค์จะให้มีการเจรจา และอุทธรณ์ข้อที่ว่า จำเลยมีโอกาสยกข้อต่อสู้เรื่องข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตั้งแต่ขณะยื่นคำให้การแล้ว คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยจึงฝ่าฝืนต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 180 อุทธรณ์ทั้งสองข้อดังกล่าวเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่จำเลยซื้อลิฟท์และบันไดเลื่อนพร้อมติดตั้งจำนวน ๓๒,๒๒๘,๙๙๙.๗๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๗,๗๓๘,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้พิพากษายกฟ้อง หลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสัญญาซื้อขายลิฟท์และบันไดเลื่อนพร้อมเงื่อนไข ข้อ ๒๔ ระบุว่า หากผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมามีข้อโต้แย้งไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตามอันเกิดจากสัญญานี้หรือการก่อสร้างในช่วงระหว่างที่ก่อสร้างหรือภายหลังจากงานก่อสร้างแล้วหรือก่อนหรือหลังการบอกเลิกสัญญา คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายควรใช้ความพยายามโดยสันติวิธีเพื่อหาข้อยุติข้อโต้แย้ง หรือข้อโต้เถียง หรือ ข้อเรียกร้อง หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้หาข้อยุติโดยเข้าสู่ขบวนการอนุญาโตตุลาการตามกฎของสำนักงานอนุญาโตตุลาการกระทรวงยุติธรรม โดยใช้กฎหมายที่บังคับใช้ ณ วันที่ยื่นคำร้อง การดำเนินการให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานอนุญาโตตุลาการ เมื่อโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญา โจทก์จึงต้องนำข้อพิพาทคดีนี้ขึ้นสู่อนุญาโตตุลาการใหวินิจฉัยชี้ขาดก่อน การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลโดยไม่นำสู่สำนักงานอนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการผิดข้อตกลงในสัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะก่อนฟ้องคดีโจทก์มิได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการวินิจฉัยก่อน ในวันนัดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้วแถลงว่าสัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งลิฟท์และบันไดเลื่อนมีข้อสัญญาเกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการตามคำร้องของจำเลยจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ เรื่องอำนาจฟ้องและอุทธรณ์คำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ซึ่งการจะอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องเป็นอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ ๓ ว่า เหตุผลข้อหนึ่งที่โจทก์ จำเป็นต้องนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลโดยมิได้ผ่านขบวนการอนุญาโตตุลาการก็เพราะโจทก์พยายามจัดให้มีการเจรจาเพื่อหา ข้อยุติข้อพิพาทแล้ว แต่จำเลยไม่ประสงค์จะให้มีการเจรจา คู่ความจึงนำคดีมาฟ้องโดยไม่ผ่านขั้นตอนการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีก่อนเข้าสู่ขบวนการอนุญาโตตุลาการ อุทธรณ์ข้อ ๔ ว่า จำเลยมีโอกาสยกข้อต่อสู้เรื่องข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตั้งแต่ขณะยื่นคำให้การแล้ว คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยจึงฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ อุทธรณ์ทั้งสองข้อดังกล่าวของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงชอบที่จะดำเนินการส่งอุทธรณ์ของโจทก์ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ จึงไม่ถูกต้อง พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป . (ระพินทร บรรจงศิลป-สมชาย จุลนิติ์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวุฒิ เอกกิตติ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69558
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวุฒิ เอกกิตติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063037"
    }
}
date
2544
deka_no
6186/2544
deka_running_no
6186
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 10"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทโอทิส เอเลเวเทอร์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเวฟ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่จำเลยซื้อลิฟท์และบันไดเลื่อนพร้อมติดตั้งจำนวน ๓๒,๒๒๘,๙๙๙.๗๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๗,๗๓๘,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้พิพากษายกฟ้อง

หลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสัญญาซื้อขายลิฟท์และบันไดเลื่อนพร้อมเงื่อนไข ข้อ ๒๔ ระบุว่า หากผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมามีข้อโต้แย้งไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตามอันเกิดจากสัญญานี้หรือการก่อสร้างในช่วงระหว่างที่ก่อสร้างหรือภายหลังจากงานก่อสร้างแล้วหรือก่อนหรือหลังการบอกเลิกสัญญา คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายควรใช้ความพยายามโดยสันติวิธีเพื่อหาข้อยุติข้อโต้แย้ง หรือข้อโต้เถียง หรือ ข้อเรียกร้อง หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้หาข้อยุติโดยเข้าสู่ขบวนการอนุญาโตตุลาการตามกฎของสำนักงานอนุญาโตตุลาการกระทรวงยุติธรรม โดยใช้กฎหมายที่บังคับใช้ ณ วันที่ยื่นคำร้อง การดำเนินการให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานอนุญาโตตุลาการ เมื่อโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญา โจทก์จึงต้องนำข้อพิพาทคดีนี้ขึ้นสู่อนุญาโตตุลาการใหวินิจฉัยชี้ขาดก่อน การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลโดยไม่นำสู่สำนักงานอนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการผิดข้อตกลงในสัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะก่อนฟ้องคดีโจทก์มิได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการวินิจฉัยก่อน

ในวันนัดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้วแถลงว่าสัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งลิฟท์และบันไดเลื่อนมีข้อสัญญาเกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการตามคำร้องของจำเลยจริง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ทั้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ เรื่องอำนาจฟ้องและอุทธรณ์คำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ซึ่งการจะอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องเป็นอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ ๓ ว่า เหตุผลข้อหนึ่งที่โจทก์ จำเป็นต้องนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลโดยมิได้ผ่านขบวนการอนุญาโตตุลาการก็เพราะโจทก์พยายามจัดให้มีการเจรจาเพื่อหา ข้อยุติข้อพิพาทแล้ว แต่จำเลยไม่ประสงค์จะให้มีการเจรจา คู่ความจึงนำคดีมาฟ้องโดยไม่ผ่านขั้นตอนการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีก่อนเข้าสู่ขบวนการอนุญาโตตุลาการ อุทธรณ์ข้อ ๔ ว่า จำเลยมีโอกาสยกข้อต่อสู้เรื่องข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตั้งแต่ขณะยื่นคำให้การแล้ว คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยจึงฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ อุทธรณ์ทั้งสองข้อดังกล่าวของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงชอบที่จะดำเนินการส่งอุทธรณ์ของโจทก์ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ จึงไม่ถูกต้อง

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001100.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544