คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6830/2544 ฉบับเต็ม

#69566
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6830/2544 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นางประจวบ ภูหาด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 78 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225, มาตรา 226, มาตรา 227 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน เป็นการคำนวณโทษผิดพลาด ที่ถูกเป็นจำคุก 3 ปี 4 เดือน เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขจึงไม่ถูกต้อง แม้จำเลยมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๖, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓ ริบเงินสดจำนวน ๘๐๐ บาท ของกลาว ส่วนธนบัตรจำนวน ๔๘๐ บาท ของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๕ ปี คำให้การจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน คืนธนบัตรจำนวน ๔๘๐ บาท ของกลางที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจตรีอดิศร ทัศนพงษ์ กับพวกร่วมกันจับกุมจำเลยทั้งสอง โดยกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่า จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ชอบแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน เป็นการคำนวณโทษผิดพลาด ที่ถูกเป็นจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน และ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขนั้น จึงไม่ถูกต้อง แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่ปัญหา ดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นวา เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ (ชวลิต ตุลยสิงห์-อำนวย เต้พันธ์-สมชาย จุลนิติ์) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายวิโรจน์ จิวะวิทูรกิจ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวัฒนา วิทยกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69566
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์",
        "judge": "นายวิโรจน์ จิวะวิทูรกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวัฒนา วิทยกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062136"
    }
}
date
2544
deka_no
6830/2544
deka_running_no
6830
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "อำนวย เต้พันธ์",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 78"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225",
            "ม. 226",
            "ม. 227"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางประจวบ ภูหาด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๖, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓ ริบเงินสดจำนวน ๘๐๐ บาท ของกลาว ส่วนธนบัตรจำนวน ๔๘๐ บาท ของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนแก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๕ ปี คำให้การจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน คืนธนบัตรจำนวน ๔๘๐ บาท ของกลางที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒

โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน

จำเลยที่ ๑ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจตรีอดิศร ทัศนพงษ์ กับพวกร่วมกันจับกุมจำเลยทั้งสอง โดยกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่า จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ชอบแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน เป็นการคำนวณโทษผิดพลาด ที่ถูกเป็นจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน และ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขนั้น จึงไม่ถูกต้อง แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่ปัญหา ดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้

พิพากษาแก้เป็นวา เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001092.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544