คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7864/2544 ฉบับเต็ม

#69584
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7864/2544 นายชูศักดิ์ สุนทรกุมาร ผู้ร้อง นายเจริญ จันทรอิสสระ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ.2482 มาตรา 25 วรรคสอง, มาตรา 58 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม?" และตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 25 วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวินิจฉัยมีคำสั่งให้ถอนใบสมัครหรือไม่โดยเร็ว คำสั่งของศาลนั้นให้เป็นที่สุด..." และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็วโดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งหรือผู้ได้รับเลือกตั้งที่มีส่วนได้เสียมีโอกาสต่อสู้การคัดค้านนั้น เมื่อศาลสั่งอย่างใด ให้แจ้งคำสั่งไปยังเทศบาลโดยมิชักช้า คำสั่งศาลนั้นให้เป็นที่สุด" หมายความว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือคำพิพากษาอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามมาตรา 25 หรือมาตรา 58 ก็ล้วนแต่มีผลทำให้คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดทั้งสองกรณี คู่ความไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานา ผู้คัดค้านเคยถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 24 กันยายน 2542 แต่ผู้คัดค้านได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2542 ซึ่งยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานาจึงเป็นไปโดยมิชอบ ขอให้มีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งโดยมิชอบ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มิได้ห้ามบุคคล ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษาสมัตรรับเลือกตั้งแต่อย่างใด การยื่นคำร้องคัดค้านโดยอ้างว่าผู้คัดค้านขาดคุณสมบัตินั้นต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลหลังจากมีการเลือกตั้งแล้วจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลภายหลังวันเลือกตั้งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง พิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม?" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 25 วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวินิจฉัยมีคำสั่งให้ถอนใบสมัครหรือไม่โดยเร็ว คำสั่งของศาลนั้นให้เป็นที่สุด?" และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็วโดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งหรือผู้ได้รับเลือกตั้งที่มีส่วนได้เสียมีโอกาสต่อสู้การคัดค้านนั้น เมื่อศาลสั่งอย่างใด ให้แจ้งคำสั่งไปยังเทศบาลโดยมิชักช้า คำสั่งศาลนั้นให้เป็นที่สุด" ซึ่งหมายความว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือคำพิพากษาอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามมาตรา 25 หรือ มาตรา 58 ก็ล้วนแต่มีผลทำให้คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดทั้งสองกรณี คู่ความไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ การที่ผู้ร้องอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาและสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้ พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิชัย วิสิทธวงศ์ - วิชัย ชื่นชมพูนุท - สุเทพ เจตนาการณ์กุล) () ศาลจังหวัดปัตตานี - นายเจริญ ดวงสุวรรณ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69584
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดปัตตานี",
        "judge": "นายเจริญ ดวงสุวรรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060736"
    }
}
date
2544
deka_no
7864/2544
deka_running_no
7864
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ.2482",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ.2482",
        "sections": [
            "ม. 25 วรรคสอง",
            "ม. 58 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 25 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายชูศักดิ์ สุนทรกุมาร"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายเจริญ จันทรอิสสระ"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานา ผู้คัดค้านเคยถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 24 กันยายน 2542 แต่ผู้คัดค้านได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2542 ซึ่งยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบานาจึงเป็นไปโดยมิชอบ ขอให้มีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งโดยมิชอบ

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มิได้ห้ามบุคคล ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษาสมัตรรับเลือกตั้งแต่อย่างใด การยื่นคำร้องคัดค้านโดยอ้างว่าผู้คัดค้านขาดคุณสมบัตินั้นต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลหลังจากมีการเลือกตั้งแล้วจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลภายหลังวันเลือกตั้งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง พิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม?" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พ.ศ. 2482 มาตรา 25 วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวินิจฉัยมีคำสั่งให้ถอนใบสมัครหรือไม่โดยเร็ว คำสั่งของศาลนั้นให้เป็นที่สุด?" และมาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยเร็วโดยให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งหรือผู้ได้รับเลือกตั้งที่มีส่วนได้เสียมีโอกาสต่อสู้การคัดค้านนั้น เมื่อศาลสั่งอย่างใด ให้แจ้งคำสั่งไปยังเทศบาลโดยมิชักช้า คำสั่งศาลนั้นให้เป็นที่สุด" ซึ่งหมายความว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือคำพิพากษาอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามมาตรา 25 หรือ มาตรา 58 ก็ล้วนแต่มีผลทำให้คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดทั้งสองกรณี คู่ความไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ การที่ผู้ร้องอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาและสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

(วิชัย วิสิทธวงศ์ - วิชัย ชื่นชมพูนุท - สุเทพ เจตนาการณ์กุล)
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001079.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544