คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7300/2544 ฉบับเต็ม

#69593
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7300/2544 นายสยาม ศรีวิชัยรัตน์ โจทก์ นายอานันท์หรือภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 พิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์ และปิดประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไป ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ข้อความตามเอกสารที่จำเลยที่ 1 จัดทำขึ้นเป็นความจริง และฟ้องแย้งว่าโจทก์นำเอาข้อความในเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีแพ่ง เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตเพื่อให้จำเลยทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นการฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม จึงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอันมีผลเท่ากับไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง จึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ละเมิดต่อโจทก์ กล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์และเปิดเผยข้อความในหนังสือดังกล่าวต่อผู้มีชื่อ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความประกาศเรื่องการพ้นจากหน้าที่ครูใส่ความโจทก์ แล้วนำเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวไปปิดประกาศโดยเปิดเผยไว้ทั่วโรงเรียนเพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ข้อความตามเอกสารดังกล่าวเป็นความจริง จำเลยทั้งสองจำเป็นต้องปิดประกาศเพื่อป้องกันมิให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดและป้องกันชื่อเสียงของโรงเรียน ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์นำเอาสาเหตุจากเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้จำเลยทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง รวมทั้งคำให้การโจทก์แก้ฟ้องแย้ง แล้วทำการชี้สองสถาน กำหนดประเด็นข้อพิพาท และนัดสืบพยานโจทก์ก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นคำสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง คำสั่งรับคำให้การ โจทก์แก้ฟ้องแย้ง รวมทั้งการชี้สองสถาน เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวเสียทั้งหมด แล้วชี้สองสถานใหม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาล (ตามฟ้องแย้ง) จำนวน ๑๒๕,๑๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงข้อเดียวว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมของโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องเป็นใจความสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ พิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์ และปิดประกาศโฆษณาทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า โจทก์ประพฤติชั่ว ไม่เหมาะสมที่จะเป็นครู เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณและทางทำมาหาได้ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่า ข้อความตามเอกสารที่จำเลยที่ ๑ จัดทำขึ้นเป็นความจริง ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และฟ้องแย้งว่าโจทก์นำเอาข้อความในเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตเพื่อให้จำเลยทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เห็นได้ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอันมีผลเท่ากับไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลแพ่งธนบุรี - นายวิชัย ศิริแสงทอง ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร มงคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69593
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายวิชัย ศิริแสงทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิเชียร มงคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061481"
    }
}
date
2544
deka_no
7300/2544
deka_running_no
7300
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสยาม ศรีวิชัยรัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอานันท์หรือภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ละเมิดต่อโจทก์ กล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์และเปิดเผยข้อความในหนังสือดังกล่าวต่อผู้มีชื่อ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ลงพิมพ์ข้อความประกาศเรื่องการพ้นจากหน้าที่ครูใส่ความโจทก์ แล้วนำเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวไปปิดประกาศโดยเปิดเผยไว้ทั่วโรงเรียนเพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ข้อความตามเอกสารดังกล่าวเป็นความจริง จำเลยทั้งสองจำเป็นต้องปิดประกาศเพื่อป้องกันมิให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดและป้องกันชื่อเสียงของโรงเรียน ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์นำเอาสาเหตุจากเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้จำเลยทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสอง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง รวมทั้งคำให้การโจทก์แก้ฟ้องแย้ง แล้วทำการชี้สองสถาน กำหนดประเด็นข้อพิพาท และนัดสืบพยานโจทก์ก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นคำสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง คำสั่งรับคำให้การ โจทก์แก้ฟ้องแย้ง รวมทั้งการชี้สองสถาน เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวเสียทั้งหมด แล้วชี้สองสถานใหม่

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาล (ตามฟ้องแย้ง) จำนวน ๑๒๕,๑๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงข้อเดียวว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมของโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องเป็นใจความสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ พิมพ์ข้อความในหนังสือขอเลิกจ้างการเป็นครูใส่ความโจทก์ และปิดประกาศโฆษณาทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า โจทก์ประพฤติชั่ว ไม่เหมาะสมที่จะเป็นครู เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณและทางทำมาหาได้ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่า ข้อความตามเอกสารที่จำเลยที่ ๑ จัดทำขึ้นเป็นความจริง ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และฟ้องแย้งว่าโจทก์นำเอาข้อความในเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองหลายคดี ทั้งคดีอาญา คดีแรงงานและคดีนี้ เป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตเพื่อให้จำเลยทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เห็นได้ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุในการฟ้องแตกต่างกับคำฟ้องเดิม ดังนั้นฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ไม่อาจรวมพิจารณาชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอันมีผลเท่ากับไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001086.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544