ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 20/2566
นาย ฉ.
ผู้ร้อง
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
คู่กรณี
คำพิพากษาศาลฎีกา
คู่กรณี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 มาตรา
แม้คดีที่ผู้ร้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ขอให้เพิกถอนคำสั่งเทศบาลนครลำปาง เรื่อง ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับทางราชการ กรณีการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะ ครั้งที่ ๔ ในส่วนที่ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพิกถอนผลการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดลำปางยื่นฟ้องผู้ร้องกับพวกต่อศาลจังหวัดลำปาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๑๕๑, ๑๕๗ ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จะอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ร้องในฐานะคณะกรรมการจัดซื้อที่ดินโดยวิธีพิเศษ ครั้งที่ ๔ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นพ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๒๑ และข้อ ๕๐ (๖) ก็ตาม แต่ประเด็นแห่งคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ได้แก่ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องได้กระทำละเมิดในการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะเป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้รับความเสียหายหรือไม่ เพื่อนำไปสู่ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า คำสั่งเทศบาลนครลำปาง ที่ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าเสียหาย ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนประเด็นแห่งคดีของศาลฎีกาตามคำพิพากษาศาลฎีกา ได้แก่ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ร้องกับพวกเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม) ประกอบมาตรา ๘๓, ๘๖ หรือไม่ ดังนั้น แม้จะมีข้อเท็จจริงที่ใช้ในการพิจารณาความรับผิดเป็นอย่างเดียวกัน คือ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ร้องในฐานะคณะกรรมการจัดซื้อที่ดินโดยวิธีพิเศษเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๕๐ (๖) หรือไม่ แต่เมื่อในการพิจารณาคดีของศาลปกครองเป็นไปเพื่อตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเทศบาลนครลำปาง ที่ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับทางราชการ จากการที่ผู้ร้องทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ส่วนคดีของศาลยุติธรรมมุ่งประสงค์ตรวจสอบในประเด็นที่ว่า การกระทำของผู้ร้องเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม) ประกอบมาตรา ๘๓, ๘๖ หรือไม่ เมื่อหลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งและทางอาญาอาจแตกต่างกันได้ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดของทั้งสองศาลแต่อย่างใด กรณีตามคำร้องของผู้ร้องจึงไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกัน ตามนัยมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลจะรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงให้ยกคำร้อง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
20/2566
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 14